JTBC รวมตำนานบอลโลก 2002 ของเกาหลีอีกครั้ง

|อ่าน 8 นาที0
JTBC รวมตำนานบอลโลก 2002 ของเกาหลีอีกครั้ง

JTBC Entertainment ได้ปลุกกระแสความคิดถึงในอดีต ของฟุตบอล World Cup 2002 ในเกาหลีใต้ให้กลับมาโดดเด่นอีกครั้งในรายการวาไรตี้ ผ่านไฮไลท์ใหม่จากรายการ Please Take Care of My Refrigerator โดยการพา Ahn Jung-hwan, Park Hang-seo และ Choi Yong-soo มาอยู่ร่วมกันในสตูดิโอเดียวกัน เพื่อสร้างการรวมตัวที่เต็มไปด้วยความคึกคัก ซึ่งขับเคลื่อนด้วยความทรงจำ การหยอกล้อ และการเล่าเรื่องที่ผ่อนคลายอันเป็นเอกลักษณ์ที่รายการบันเทิงของเกาหลีทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

คลิปวิดีโออย่างเป็นทางการบน YouTube ซึ่งอัปโหลดโดย JTBC Entertainment จากการออกอากาศเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน มุ่งเน้นไปที่ตอนพิเศษ ฟุตบอลโลกที่อเมริกาเหนือ โดยใช้การแข่งขันระหว่าง เกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา ในอดีตเป็นจุดเริ่มต้น แทนที่จะนำเสนอเหล่านักเตะและโค้ชในฐานะบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ห่างเหิน แต่รายการกลับนำเสนอพวกเขาในฐานะบุคคลที่มีชื่อเสียงทางโทรทัศน์ที่คุ้นเคย ซึ่งสามารถย้อนกลับไปสำรวจช่วงเวลาสำคัญทางกีฬาระดับชาติด้วยอารมณ์ขัน ผลลัพธ์ที่ได้คือคอนเทนต์วาไรตี้ที่ผสมผสานประวัติศาสตร์กีฬาเข้ากับเคมีของเหล่าคนดัง ทำให้เนื้อหานี้ไม่เพียงแต่เข้าถึงกลุ่มแฟนบอลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ชมที่ติดตามรูปแบบรายการทีวีเกาหลีและบุคคลสาธารณะที่เปลี่ยนบทบาทจากวงการกีฬาเข้าสู่แวดวงบันเทิงอีกด้วย

Ahn ซึ่งปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้จัดรายการโทรทัศน์อย่างเต็มตัวหลังจากยุติอาชีพนักฟุตบอล ได้ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในผู้ดำเนินบทสนทนาหลัก โดยมี Park และ Choi มาร่วมรายการด้วยฐานะรุ่นพี่ในวงการฟุตบอล แต่จุดที่น่าสนใจที่สุดคือการที่พวกเขาเปลี่ยนลำดับขั้นนั้นให้กลายเป็นเรื่องตลกได้อย่างรวดเร็ว ชายทั้งสามคนได้ร่วมแบ่งปันความทรงจำจากปี 2002 World Cup, ชีวิตปัจจุบันของ Choi ที่ห่างจากสนามฝึกซ้อม, ภาพลักษณ์ที่ Ahn รักษาไว้อย่างดีในฐานะอดีตนักเตะระดับตำนาน และมุกตลกที่ยังคงหลงเหลือจากเหตุการณ์การแข่งขันในอดีต โทนของรายการเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยรายการใช้ประวัติศาสตร์ที่มีร่วมกันของพวกเขา เพื่อให้สามารถปล่อยมุกที่เฉียบคมได้โดยไม่ทำให้รู้สึกรุนแรงจนเกินไป

ความทรงจำจาก 2002 World Cup กลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีในรายการวาไรตี้

จุดดึงดูดที่แข็งแกร่งที่สุดในคลิปนี้คือการที่รายการได้ย้อนกลับไปพูดถึงแมตช์ระหว่าง เกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา ในรายการ 2002 FIFA World Cup โดยรายการได้ใช้เกมนั้นเป็นความทรงจำร่วมกันระหว่างแขกรับเชิญและผู้ชมชาว Korean จำนวนมาก ก่อนจะเปลี่ยนฉากที่คุ้นเคยให้กลายเป็นบทสนทนาใหม่ในสตูดิโอ บทบาทของ Ahn ในทัวร์นาเมนต์นั้นยังคงเป็นหนึ่งในบทที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลของ Korea ในขณะที่ความทรงจำของ Choi ได้นำเสนออีกมุมมองหนึ่ง นั่นคือความกดดัน ความหงุดหงิด และความรู้สึกที่ยังค้างคาซึ่งเหล่านักเตะอาจต้องแบกรับไปอีกนานหลังจากที่การแข่งขันจบลง

ในคำบรรยายประกอบรายการ บทสนทนาได้ย้อนกลับไปพูดถึงโอกาสที่พลาดไปของ Choi และลูกส่งบอลอันโด่งดังที่เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นั้นอยู่หลายครั้ง แม้ในสตูดิโอจะนำเสนอช่วงเวลานี้ด้วยจังหวะตลกขบขัน แต่ประเด็นสำคัญที่แฝงอยู่นั้นชัดเจนมาก สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงไฮไลต์นามธรรมจากคลังเอกสารสารคดี แต่เป็นความทรงจำที่ถูกเก็บรักษาโดยผู้ที่อยู่ในสนาม ในม้านั่งสำรอง หรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับสภาพแวดล้อมของทีมชาติ การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกส่วนบุคคลเช่นนี้เองคือสิ่งที่สร้างมูลค่าความบันเทิงให้กับช่วงรายการนี้ ผู้ชมไม่ได้เพียงแค่ถูกเตือนความจำว่าทีมชุดปี 2002 เข้าถึงรอบรองชนะเลิศเท่านั้น แต่ยังได้รับเชิญให้เข้าไปร่วมในบรรยากาศการหยอกล้อส่วนตัวที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบความทรงจำเหล่านั้นแม้จะผ่านไปนานกว่าสองทศวรรษแล้วก็ตาม

การปรากฏตัวของ Park ช่วยเพิ่มมิติอีกระดับ ในฐานะโค้ชที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ฟุตบอล Korean และต่อมากับการสร้างชื่อเสียงในฟุตบอล Vietnamese เขาได้นำความน่าเชื่อถือของผู้ที่สามารถประเมินนักเตะได้ทั้งด้วยความอบอุ่นและความตรงไปตรงมา ในช่วงไฮไลต์ เขาไม่ได้ปรากฏตัวในฐานะนักวิเคราะห์ที่เป็นทางการ แต่เขากลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะตลก โดยการตอบโต้ Ahn และ Choi ในลักษณะที่ตอกย้ำถึงความคุ้นเคยที่มีมาอย่างยาวนาน จังหวะดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คลิปนี้ประสบความสำเร็จในรูปแบบรายการ Variety Television รายการนี้ไม่ได้สนใจที่จะผลิตการสรุปเนื้อหาด้านกีฬาที่สมบูรณ์แบบเท่ากับการแสดงให้เห็นว่า ความทรงจำของสาธารณชนถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อผู้คนที่เกี่ยวข้องสามารถหัวเราะไปกับมันด้วยกันได้

Choi Yong-soo เปลี่ยนชีวิตปัจจุบันของเขาให้กลายเป็นเรื่องตลก

หนึ่งในประเด็นที่มีการแชร์ต่อมากที่สุดจากการออกอากาศ คือการอธิบายของ Choi เกี่ยวกับชีวิตหลังจากที่เขาได้พักจากการทำหน้าที่โค้ชอย่างเป็นทางการ รายงานจากสื่อเกาหลีที่เกี่ยวข้องได้เน้นย้ำถึงมุกตลกของเขาที่เรียกตัวเองว่าเป็นตัวแทนของการดำเนินชีวิตแบบ "เน้นอยู่บ้าน" (house-focused operation) ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ปรากฏในบทถอดความ ความตลกนี้อยู่ที่ความแตกต่างระหว่างชื่อเสียงของ Choi ในฐานะบุคคลผู้ดุดันในวงการฟุตบอล กับภาพลักษณ์ในครอบครัวที่เขาสร้างขึ้นในรายการ แทนที่จะนำเสนอตัวเองเพียงแค่ในฐานะโค้ชที่กำลังรอคอยโอกาสในการรับงานครั้งต่อไป เขากลับพูดถึงการใช้เวลาอยู่ที่บ้าน กิจวัตรของครอบครัว และแม้กระทั่งงานบ้านธรรมดาๆ

รายการได้ดึงเอาความแตกต่างนั้นมาเป็นจุดเด่น สไตล์การพูดที่ตรงไปตรงมาของ Choi ช่วยให้เขาสามารถพูดตลกเสียดสีตัวเองได้โดยไม่เสียมาด ในขณะที่ Ahn และเหล่าพิธีกรต่างมีปฏิกิริยาเหมือนกับว่าพวกเขากำลังดูอดีต Striker ที่กำลังปรับเปลี่ยนตัวเองไปเป็นผู้จัดการดูแลบ้าน ช่วงเวลานี้ถือว่ามีประสิทธิภาพมากเพราะช่วยทำให้ภาพลักษณ์ต่อสาธารณะของ Choi ดูอ่อนโยนลง ผู้ชมที่รู้จักเขาผ่านพาดหัวข่าวฟุตบอลเป็นหลักจะได้เห็นภาพลักษณ์ที่ดูผ่อนคลายมากขึ้น ในขณะที่แฟนคลับที่ติดตามมาอย่างยาวนานจะได้รับความเพลิดเพลินจากการได้เห็นเขาปล่อยมุกตลกเกี่ยวกับช่องว่างระหว่างอดีตที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน กับปัจจุบันที่เงียบสงบกว่าเดิม

การพูดถึงเรื่องอายุและปีเกิดตามทะเบียนราษฎร์ของ Choi ได้เพิ่มมิติความตลกขบขันเข้าไปอีกหนึ่งทาง บทความบันเทิงของเกาหลีที่ตามมาหลังการออกอากาศระบุว่า Choi ได้พูดถึงความแตกต่างระหว่างปีที่จดทะเบียนกับอายุจริงของเขา ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ Ahn นำมาใช้หยอกล้อได้อย่างสนุกสนาน การแลกเปลี่ยนนี้สะท้อนถึงบริบททางสังคมของเกาหลีอย่างชัดเจน ที่ซึ่งธรรมเนียมการจดทะเบียนเกิดในสมัยก่อนบางครั้งก็กลายเป็นเรื่องราวที่นำมาเล่าเพื่อความบันเทิงได้ ในสตูดิโอ รายละเอียดนี้ไม่ได้ถูกปฏิบัติในฐานะข่าวฉาวหรือการแก้ไขประวัติที่จริงจัง แต่กลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่เหล่าสมาชิกในรายการใช้ท้าทายภาพลักษณ์ของ Choi และให้เขาได้โต้ตอบกลับด้วยอารมณ์ขันแบบหน้าตาย

นอกจากนี้ยังมีแง่มุมเรื่องครอบครัวด้วย โดยในบทสนทนามีการพูดถึงเรื่องลูกชายของ Choi และกีฬาฟุตบอล รวมถึงประสบการณ์ของ Ahn ในฐานะคุณพ่อที่มีลูกสนใจในกีฬาชนิดนี้ด้วย ช่วงเวลาเหล่านี้ถูกนำเสนอในรูปแบบของมุกตลก แต่ก็ช่วยเพิ่มมิติทางอารมณ์ให้กับคลิปวิดีโอนี้ การที่อดีตนักกีฬาระดับหัวกะทิพูดถึงเรื่องลูกๆ อาจกลายเป็นเรื่องที่ซึ้งกินใจได้ง่าย แต่รายการยังคงรักษาโทนที่สนุกสนานไว้ได้ โดยปล่อยให้ Park และ Ahn ได้หยอกล้อ Choi เกี่ยวกับเรื่องพรสวรรค์ ความคาดหวัง และความภาคภูมิใจในฐานะพ่อ ซึ่งความสมดุลนี้ช่วยให้ช่วงดังกล่าวไม่ดูจริงจังจนเกินไปหรือดูฉาบฉวยจนเกินไป

ภาพลักษณ์ของ Ahn Jung-hwan ถูกนำมาเล่าใหม่ด้วยความขี้เล่น

เสน่ห์บนหน้าจอโทรทัศน์ของ Ahn นั้นวางอยู่บนความแตกต่างระหว่างภาพลักษณ์นักเตะผู้โดดเด่น กับความเต็มใจที่จะให้ถูกหยอกล้อในรายการ Variety ซึ่งไฮไลท์ของ JTBC ได้ดึงเอาความแตกต่างนี้มาใช้ได้อย่างเต็มที่ โดย Park และ Choi ได้ย้อนพูดถึงชื่อเสียงของ Ahn ในเรื่องการให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ในช่วงที่เขายังเป็นนักเตะ ซึ่งบทสนทนาได้แตะไปถึงเรื่องการดูแลผิว (skincare) การแต่งตัว (grooming) และวิธีที่วัฒนธรรมฟุตบอลต่างประเทศส่งผลต่อสิ่งที่เหล่านักเตะพกพาและใช้งาน มุกตลกเหล่านี้ถูกวางกรอบให้เป็นความทรงจำจากยุคสมัยที่แตกต่าง เมื่อนักฟุตบอลเกาหลีไม่ได้ถูกคาดหวังให้ต้องบริหารจัดการภาพลักษณ์ต่อหน้าสาธารณะให้ดูเนี้ยบเหมือนกับที่เห็นได้ทั่วไปในกลุ่มนักกีฬาและเหล่า Celebrity ในปัจจุบัน

สิ่งที่ทำให้การแลกเปลี่ยนบทสนทนานี้ดำเนินไปได้อย่างลื่นไหลคือการที่ Ahn ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธภาพลักษณ์นั้นอย่างสิ้นเชิง ความขำขันเกิดขึ้นจากการได้เห็นเหล่าบุคคลสำคัญในวงการฟุตบอลรุ่นพี่ ปฏิบัติต่อพฤติกรรมการดูแลตัวเองในอดีตของเขาว่าเป็นทั้งเรื่องน่าขันและเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับความเป็น Star Quality ของเขาด้วย คำพูดที่ตรงไปตรงมาของ Park บ่งชี้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจจะดูน่ารำคาญ แต่บทสนทนาก็ยอมรับด้วยว่าความสามารถในสนามของ Ahn ทำให้คนอื่นยากที่จะวิจารณ์เขาได้อย่างตรงไปตรงมาเกินไป การผสมผสานระหว่างการหยอกล้อและการแสดงความชื่นชมอย่างเสียไม่ได้เช่นนี้ ถือเป็น Dynamic แบบคลาสสิกของรายการ Variety

ดังนั้น คลิปนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การนำมุกตลกเก่าๆ เกี่ยวกับรูปลักษณ์ที่ดูดีมาเล่าซ้ำ แต่เป็นการชี้ให้เห็นว่า Ahn ได้กลายเป็นบุคคลที่โดดเด่นในหลายวงการได้อย่างไร ในระหว่างเส้นทางการเป็นนักเตะ เขาก็ได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นซูเปอร์สตาร์ฟุตบอลที่ได้รับความสนใจในระดับเซเลบริตี้อยู่แล้ว และในเส้นทางการเป็นพิธีกร ภาพลักษณ์เหล่านั้นก็ได้กลายเป็นวัตถุดิบที่เขาสามารถนำมาใช้ ท้าทาย และหัวเราะไปกับมันได้ การวางตำแหน่งเขาระหว่าง Park และ Choi ทำให้รายการเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นทั้งสองด้านในเวลาเดียวกัน นั่นคือทั้งภาพจำของนักเตะทีมชาติ และภาพของเอนเตอร์เทนเนอร์ผู้เจนสนามที่รู้วิธีการเปลี่ยนตำนานของตัวเองให้กลายเป็นคอนเทนต์ทางโทรทัศน์

ทำไมการกลับมาพบกันครั้งนี้ถึงทรงพลังมากกว่าแค่กลุ่มแฟนบอล

ความสนใจที่กลับมาพุ่งสูงขึ้นรอบๆ อีพีนี้ แสดงให้เห็นว่าทำไมเหล่าตำนานทางกีฬาจึงยังคงเป็นแขกที่มีคุณค่าสำหรับรายการบันเทิงของเกาหลี พวกเขานำพาชื่อเสียงที่สั่งสมมานานมาด้วย แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็มีเรื่องราวที่สามารถนำมาเล่าใหม่ในมิติทางอารมณ์ที่แตกต่างออกไป ความทรงจำจาก World Cup ปี 2002 สามารถสื่อสารออกมาในรูปแบบของความรักชาติ, ความถวิลหาอดีต, ความตลกขบขัน หรือเรื่องราวส่วนตัว ขึ้นอยู่กับรูปแบบของรายการ โดย Please Take Care of My Refrigerator ได้เลือกเส้นทางของความตลกขบขันและเรื่องราวส่วนตัว โดยปล่อยให้แขกรับเชิญได้แลกเปลี่ยนความทรงจำ ในขณะที่พิธีกรเปลี่ยนความทรงจำเหล่านั้นให้กลายเป็นความบันเทิงที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

แนวทางดังกล่าวช่วยให้รายการสามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมในวงกว้างขึ้นก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงการแข่งขัน World Cup รอบถัดไป โดยหัวข้อของคลิปจาก JTBC มีการอ้างถึงเหล่าฮีโร่ในปี 2002 และแมตช์ที่พบกับ United States อย่างชัดเจน ในขณะที่วันที่ออกอากาศช่วยวางบริบทของการสนทนาให้อยู่ในสถานการณ์ฟุตบอลยุคปัจจุบัน สำหรับผู้ชมรุ่นใหญ่ รายการช่วงนี้ช่วยปลุกความทรงจำระดับชาติให้ฟื้นคืนมา ส่วนสำหรับผู้ชมรุ่นใหม่ รายการได้นำเสนอความทรงจำเหล่านั้นผ่านรูปแบบการตัดต่อแบบ YouTube ที่คุ้นเคย การใช้คำบรรยาย (captions) และอารมณ์ขันที่ขับเคลื่อนด้วยคาแรกเตอร์ของตัวบุคคล ทำให้คลิปนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การวิเคราะห์การแข่งขัน แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมป๊อปของเกาหลีมีการนำช่วงเวลาสำคัญทางกีฬามาสร้างสรรค์ใหม่ในรูปแบบความบันเทิงได้อย่างต่อเนื่องเพียงใด

สำหรับผู้อ่าน KEnterHub บทเรียนที่กว้างกว่านั้นคือ รายการวาไรตี้ของเกาหลีใต้ยังคงทำหน้าที่เป็นพื้นที่พบปะของเหล่าคนดังหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง, ไอดอล, เชฟ, นักกีฬา หรือผู้ประกาศข่าว ทุกคนสามารถถูกนำเสนอผ่านโครงสร้างรายการในสตูดิโอแบบเดียวกัน ทั้งการหยอกล้อ การสารภาพความในใจ และการแสดง Reaction ซึ่งไฮไลต์จาก JTBC นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก แม้ว่า Ahn Jung-hwan, Park Hang-seo และ Choi Yong-soo จะปรากฏตัวในฐานะชื่อดังในวงการฟุตบอล แต่ในวิดีโอนี้พวกเขากลับถูกนำเสนอในฐานะตัวละครในโลกแห่งความบันเทิงที่มีทั้งประวัติความเป็นมา จังหวะเวลา และเคมีที่เข้ากัน

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Jang Hojin
Jang Hojin

Entertainment Journalist · KEnterHub

Entertainment journalist specializing in K-Pop, K-Drama, and Korean celebrity news. Covers artist comebacks, drama premieres, award shows, and fan culture with in-depth reporting and analysis.

K-PopK-DramaK-MovieKorean CelebritiesAward Shows

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กำลังโหลด...

การพูดคุย

กำลังโหลด...

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง