จากเกิร์ลกรุ๊ปสู่กีตาร์: ไอดอล K-Pop 5 คนสร้าง LATENCY จากศูนย์ได้อย่างไร

อดีตสมาชิก Signature และ LOONA รวมตัวเป็นวงดนตรี 5 คน พิสูจน์ว่าการเปลี่ยนผ่านทางดนตรีครั้งนี้ไม่ใช่แค่กระแส

|อ่าน 6 นาที0
จากเกิร์ลกรุ๊ปสู่กีตาร์: ไอดอล K-Pop 5 คนสร้าง LATENCY จากศูนย์ได้อย่างไร

เมื่ออดีตสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปประกาศตั้งวงดนตรี ความสงสัยแทบจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ LATENCY วงดนตรี 5 คนที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ด้วยมินิอัลบั้มชุดแรก Late O Clock พร้อมพิสูจน์ด้วยความเชื่อมั่นอย่างเรียบง่ายว่า นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทางเพราะความสะดวก แต่เป็นการกลับมาทำดนตรีที่พวกเธอต้องการทำมาตลอด

ในงานโชว์เคสเปิดตัวที่ Shocking K-POP Center ย่านซังอัม กรุงโซล สมาชิกทั้ง 5 คนเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังการก่อตั้งวงอย่างจริงใจ ทำลายภาพลักษณ์ที่ขัดเกลามาอย่างดีของงานแถลงข่าว K-Pop ทั่วไป ทุกคนเป็นฟรีเอเจนต์ ทุกคนเลือกที่จะมาเอง และทุกคนมีสิ่งที่ต้องพิสูจน์

นักดนตรีอิสระ 5 คนมาพบกันได้อย่างไร

LATENCY ประกอบด้วย จีวอน (กีตาร์และร้องนำ) แฮอึน (คีย์บอร์ด) และเซมี (เบส) อดีตสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป Signature พร้อมด้วย ฮยอนจิน (กลอง) อดีตสมาชิก LOONA และ Loossemble และ ฮียอน นักกีตาร์คลาสสิกที่สร้างฐานแฟนจาก YouTube ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน นี่คือไลน์อัพที่ไม่ธรรมดา

จีวอนผู้นำการก่อตั้งวง เล่าว่าทุกชิ้นส่วนประกอบกันได้อย่างไร หลังจากปล่อยเพลงโซโล เธอได้พบกับตัวแทนค่ายเพลงที่เสนอบทบาทนักร้อง แต่จีวอนมีวิสัยทัศน์ที่ต่างออกไป เธอรู้ว่ามีเพื่อนที่หลงใหลในการเล่นดนตรีสดเหมือนกัน และเชื่อว่าเคมีของพวกเธอจะพิเศษมาก

เธอติดต่อแฮอึนและเซมี เพื่อนร่วมวง Signature ก่อน แล้วนึกถึงความทรงจำจากสมัยเป็นเทรนนี่เมื่อ 10 ปีก่อน ฮยอนจินเคยบอกว่าชอบตีกลอง ความทรงจำนั้นยังคงอยู่ เมื่อโทรไป ฮยอนจินตอบรับทันที ฮียอนซึ่งสร้างฐานแฟนจากฝีมือกีตาร์ออนไลน์เข้ามาเป็นคนสุดท้าย และเป็นสมาชิกคนแรกที่ไม่มีประสบการณ์ไอดอลมาก่อน

ความเจ็บปวดของเวลาที่หยุดนิ่ง

ช่วงเวลาที่น่าประทับใจที่สุดของโชว์เคสคือตอนที่สมาชิกเล่าถึงสิ่งที่พวกเธอเรียกว่า เวลาที่หยุดนิ่ง ช่วงหลังจากกรุ๊ปก่อนหน้ายุบวง เมื่อดนตรีรู้สึกเหมือนสิ่งที่เอื้อมไม่ถึง เซมีเล่าว่าการสิ้นสุดของ Signature เป็นการหยุดพักที่เจ็บปวด เธออยากขึ้นเวทีต่อ อยากพบแฟนๆ อีกครั้ง แต่โอกาสไม่เคยมา

แฮอึนเล่าเรื่องราวที่เจ็บปวดยิ่งกว่า หลังออกจาก Signature ก่อนเพื่อนร่วมวง เธอหยุดร้องเพลงไปเลย ทำงานหลายอย่างเพื่อเลี้ยงชีพ ขณะที่ดนตรีกลายเป็นสิ่งที่เธอเรียกว่า ความรักข้างเดียว เสียงของเธอมีน้ำหนักอย่างแท้จริงเมื่อบอกว่าจีวอนคือคนที่ตามหาเธอเจอและจุดไฟฝันที่หลับใหลให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง

สำหรับฮยอนจิน สิ่งที่ยากที่สุดคือการไม่สามารถขึ้นเวทีได้ หลังสร้างอาชีพผ่าน LOONA และ Loossemble การหยุดการแสดงสดอย่างกะทันหันทำให้เธอรู้สึกไร้พลัง เธอเล่าว่าอยากตอบแทนแฟนๆ ที่อดทนรอระหว่างพักกิจกรรม หนี้ที่ตอนนี้เธอตั้งใจจะใช้คืนจากหลังชุดกลอง ไม่ใช่ในฟอร์เมชันเต้น

ฮียอนให้มุมมองที่ต่างออกไป ในฐานะนักดนตรีคลาสสิกที่เล่นรีไซทัลเดี่ยวนานชั่วโมงมาหลายปี การเปลี่ยนมาเล่นรวมวงเป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกใหม่ ความเหงาของการเล่นคนเดียวถูกแทนที่ด้วยพลังงานของวง เธอชมสัญชาตญาณดนตรีของเพื่อนร่วมวง โดยบอกว่าพวกเธอเรียนรู้เครื่องดนตรีเร็วกว่าที่คาดไว้มาก

ตอบคำถามเรื่องการเกาะกระแสวงดนตรี

เกาหลีกำลังอยู่ในยุคบูมของวัฒนธรรมวงดนตรี โดย DAY6 และ QWER ประสบความสำเร็จในตลาดกระแสหลัก จังหวะเปิดตัวของ LATENCY หนีไม่พ้นคำถามว่าอดีตไอดอลแค่ตามกระแสหรือเปล่า แฮอึนตอบคำถามนี้ตรงๆ ในโชว์เคส

เธอบอกว่ารู้ว่ามีคนเป็นห่วง และมองความกังวลนั้นเป็นรูปแบบหนึ่งของความสนใจ จึงรับไว้ด้วยความขอบคุณ เคยเป็นนักแสดง K-Pop มาก่อน คนสงสัยก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่พวกเธอตั้งใจจะพิสูจน์ตัวเองผ่านการซ้อม เรียนรู้และเติบโตต่อไป และในที่สุดก็แสดงคุณค่าผ่านดนตรี

ชื่อวงที่มาจากศัพท์วิศวกรรมเสียงหมายถึงความหน่วงของสัญญาณ สื่อถึงเจตนารมณ์ของพวกเธอ เซมีอธิบายว่ามันแสดงถึงคำสัญญาที่จะส่งมอบดนตรีให้ผู้ฟัง แม้จะใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ ชื่ออัลบั้มเปิดตัว Late O Clock ขยายความเปรียบเทียบนี้ เป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาที่การเดินทางที่ล่าช้าเริ่มต้นขึ้นในที่สุด

แฮอึนอธิบายคอนเซปต์อัลบั้มว่าเป็นเสียงนาฬิกาตีเที่ยงคืนสำหรับศิลปินที่เดินทางอ้อม อาจดูสายสำหรับบางคน แต่สำหรับพวกเธอ นี่คือเวลาที่ถูกต้องพอดี นี่คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริง

สิ่งที่ทำให้ LATENCY แตกต่าง

เมื่อถูกถามถึงจุดเด่นของวง จีวอนชี้ไปที่สองปัจจัยสำคัญ ประการแรก ฝีมือกีตาร์ของฮียอนที่มาจากพื้นฐานคลาสสิก สร้างเสียงที่หาฟังยากในวง K-Pop ทั่วไป ประการที่สอง สมาชิกทั้ง 5 คนร้องเพลงได้ทุกคน ทำให้วงสามารถซ้อนเสียงประสานและเปลี่ยนสีเสียงได้ในแบบที่วงส่วนใหญ่ทำไม่ได้

การฝึกฝนเป็นไอดอลหลายปีให้พรีเซนส์บนเวทีที่โดดเด่นและวินัยด้านเสียงร้อง ขณะที่ประสบการณ์เล่นดนตรี 10 ปีของฮียอนเป็นกระดูกสันหลังด้านเทคนิค จีวอนบอกว่าการผสมผสานนี้สร้างเพดานพลังงานที่สูงผิดปกติ ซึ่งผู้ชมจะรู้สึกได้ทันทีที่วงขึ้นเวที

อัลบั้มเปิดตัวมี 5 เพลง รวมถึงซิงเกิลนำ LATENCY และซิงเกิลพรีรีลีส It Was Love แต่ละแทร็กถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงอัตลักษณ์คู่ของวง ผสมผสานการนำเสนอที่ขัดเกลาจากการฝึกไอดอลเข้ากับจิตวิญญาณดิบและฉับพลันของการเล่นดนตรีสด

จีวอนซึ่งฝันอยากเล่นกีตาร์มานานแต่เก็บความฝันนั้นไว้ระหว่างเป็นเทรนนี่ เล่าถึงความรู้สึกอิสระที่ได้ไล่ตามดนตรีในแบบของตัวเอง ประสบการณ์สบตากับเพื่อนร่วมวงระหว่างแสดงเป็นแหล่งความสงบ ตรงข้ามกับการแสดงแบบซิงโครไนซ์กับท่าเต้นในสมัยเป็นไอดอล เธอบอกว่าเมื่อรู้สึกตื่นเต้นหรือคิดว่าอาจทำพลาด แค่มองหน้าสมาชิกก็อุ่นใจแล้ว

บทใหม่เริ่มต้นแล้ว

เมื่อ Late O Clock เปิดตัวบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงหลักทั้งหมดเวลา 18.00 น. KST วันที่ 18 มีนาคม LATENCY ก็ก้าวเข้าสู่วงการดนตรีที่จะตัดสินพวกเธอไม่ใช่จากสายเลือดไอดอล แต่จากคุณภาพของฝีมือดนตรี สมาชิกไม่เพียงตระหนักถึงความจริงนี้ แต่ยังได้รับพลังจากมัน

วงการเพลงเกาหลีจะโอบรับวงดนตรีที่ไม่ธรรมดานี้ในที่สุดหรือไม่ ยังต้องรอดู แต่ถ้าโชว์เคสเป็นตัวบ่งชี้ LATENCY มาถึงพร้อมความชัดเจนในจุดมุ่งหมายที่เหนือกว่าการตามกระแส นักดนตรีทั้ง 5 คนที่เคยสัมผัสว่าเวลาหยุดนิ่งเป็นอย่างไร ไม่มีเจตนาจะปล่อยให้มันแข็งตัวอีกครั้ง

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Jang Hojin
Jang Hojin

Entertainment Journalist · KEnterHub

Entertainment journalist specializing in K-Pop, K-Drama, and Korean celebrity news. Covers artist comebacks, drama premieres, award shows, and fan culture with in-depth reporting and analysis.

K-PopK-DramaK-MovieKorean CelebritiesAward Shows

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กำลังโหลด...

การพูดคุย

กำลังโหลด...

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง