BTS และ ARMY ดูแลสุดสัปดาห์แฟน 110,000 คนให้ปลอดภัยได้อย่างไร

BTS ดึงดูดผู้คนกว่า 110,000 คนสู่ Busan ตลอดระยะเวลาสองคืน แต่พาดหัวข่าวหลังจบการแสดงคอนเสิร์ตไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องขนาดของฝูงชนเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อเท็จจริงที่ว่าหนึ่งในงานรวมตัวของชาว K-pop ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีจบลงโดยไม่มีอุบัติเหตุด้านความปลอดภัยที่รุนแรง ซึ่งทำให้ความมีวินัยของเหล่า ARMY กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่น่าประทับใจ
ศิลปินวงนี้ได้ทำการแสดง ณ Busan Asiad Main Stadium เมื่อวันที่ 12 และ 13 มิถุนายน โดยทำให้ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยแสงสีม่วงซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์แทน fandom ของ BTS งานอีเวนต์ในสนามกีฬาขนาดใหญ่มักจะนำมาซึ่งการรอคอยที่ยาวนาน ความกดดันด้านการคมนาคม และปัญหาการควบคุมฝูงชน แต่ดูเหมือนว่าทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและเหล่าแฟนคลับจะสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงสุดสัปดาห์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานมหาศาลก็ตาม
ข้อมูลจาก Busan Metropolitan Police Agency ระบุว่า ในวันแรกของการแสดงคอนเสิร์ต มีการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับงานเพียง 35 สาย ซึ่งรวมถึงรายงานเรื่องความหนาแน่นของฝูงชน 6 รายงาน และเรื่องความไม่สะดวกด้านการจราจร 9 รายงาน ส่วนในวันที่สอง ตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 26 สาย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจสำหรับงานที่มีการเคลื่อนย้ายแฟนคลับจำนวนหลายหมื่นคนผ่านพื้นที่เขตเดียวกันในช่วงเวลาที่จำกัด
สุดสัปดาห์ของคน 110,000 คน กับความวุ่นวายน้อยมาก
คอนเสิร์ตครั้งนี้จัดขึ้นในสเกลที่จะทดสอบขีดความสามารถของเมืองเจ้าภาพแทบทุกเมือง โดยมีผู้คนเข้าร่วมประมาณคืนละ 55,000 คน ซึ่งแฟนๆ เดินทางมาจากทั่วเกาหลีและต่างประเทศเพื่อมาดู BTS ที่ Busan การเคลื่อนย้ายของผู้คนจำนวนมหาศาลรอบสนามกีฬาสามารถกลายเป็นประเด็นหลักที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานขนส่ง และเจ้าหน้าที่สถานที่จัดงานต้องเผชิญได้อย่างรวดเร็ว
ในทางกลับกัน ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ได้กลายเป็นกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า การวางแผนและความร่วมมือของเหล่าแฟนคลับสามารถกำหนดบรรยากาศรอบคอนเสิร์ต K-pop รายใหญ่ได้อย่างไร รายงานระบุว่าแม้จะมีการล่าช้าเกิดขึ้นในคืนแรก แต่ก็ไม่เกิดปัญหาความแออัดที่รุนแรง สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นหลังจากจบการแสดง เมื่อแฟนๆ ได้รับการขอให้รออยู่ในพื้นที่ก่อนที่จะเดินทางออกจากงานด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
สำหรับผู้เข้าชมคอนเสิร์ตหลายคน ช่วงเวลาไม่กี่นาทีหลังจากจบโชว์ใน Stadium มักจะเป็นช่วงที่น่ากระวนกระวายที่สุดของคืน เพราะผู้คนต่างต้องการไปต่อรถไฟ พบปะเพื่อนฝูัติ หารถ Taxi หรือเดินทางกลับโรงแรม อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้ชมยังคงนั่งอยู่กับที่เมื่อมีการประกาศขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนย้าย ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมดูแลความปลอดภัยสามารถเริ่มกระบวนการทยอยออกจากงานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
รายละเอียดดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะความปลอดภัยของฝูงชนมักถูกตัดสินด้วยการตัดสินใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในสเกลขนาดใหญ่ การที่คนเพียงไม่กี่ร้อยคนเพิกเฉยต่อคำแนะนำอาจสร้างแรงกดดันบริเวณบันไดหรือประตูทางออกได้ แต่ในทางกลับกัน การที่คนนับหมื่นคนปฏิบัติตามคำแนะนำเดียวกันสามารถเปลี่ยนการออกจากงานที่เสี่ยงอันตรายให้กลายเป็นระเบียบเรียบร้อยได้ ซึ่งใน Busan การตอบสนองของ ARMY กลายเป็นสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ตัวการผลิตคอนเสิร์ตเลยทีเดียว
เมื่อเริ่มมีการควบคุมการเดินทาง แฟนๆ ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของตำรวจและเจ้าหน้าที่สถานที่เพื่อมุ่งหน้าไปยังระบบขนส่งสาธารณะและยานพาหนะส่วนตัว แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกได้ทั้งหมด แต่ตัวเลขที่มีอยู่บ่งชี้ว่าความวุ่นวายยังคงอยู่ในระดับที่จัดการได้สำหรับคอนเสิร์ตช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้
วัฒนธรรมของ ARMY ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในคอนเสิร์ตครั้งนี้
บทความดังกล่าวยังได้ชี้ให้เห็นถึงแง่มุมทางสังคมของการรวมตัวกันในครั้งนี้ โดยเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน บนรถไฟใต้ดินที่มุ่งหน้าไปยัง Busan Asiad มีแฟนคลับชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งถูกพบเห็นว่ากำลังแจกของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่เธอจัดเตรียมด้วยตัวเอง ซึ่งภายในประกอบด้วยขนมและ photo cards ของสมาชิกให้กับผู้โดยสารที่อยู่บริเวณนั้น แม้จะเป็นเพียงการแสดงออกเล็กๆ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กิจกรรมของ BTS มักจะให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่กว่าเพียงแค่การแสดงบนเวที
สำหรับแฟนคลับต่างชาติ การเดินทางไปคอนเสิร์ตของ BTS สามารถกลายเป็นพิธีกรรมที่ทำร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเดินทาง, การเตรียม light sticks, สโลแกนที่ทำขึ้นเอง, การเตรียมของขวัญ และการพูดคุยสั้นๆ กับคนแปลกหน้าที่เข้าใจในสิ่งเดียวกัน วัฒนธรรมนี้อาจดูเป็นเรื่องสนุกสนาน แต่ในงานระดับเมืองเช่นนี้ มันยังมีแง่มุมในเชิงปฏิบัติด้วย กล่าวคือ แฟนคลับที่สื่อสารกันและคอยปฏิบัติตามคำแนะนำ จะช่วยให้ผู้จัดงานสามารถดูแลฝูงชนได้ง่ายขึ้น
ในช่วงสุดสัปดาห์ยังมีกลุ่มอาสาสมัคร ARMY ที่สวมสายสะพายสีม่วงอยู่บริเวณรอบสนามกีฬา โดยรายงานระบุว่ามีอาสาสมัครประมาณ 380 คนที่มารวมตัวกันเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน เพื่อช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ ภาพลักษณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของเหล่าแฟนคลับ ในการเปลี่ยนช่วงเวลาสำคัญของ BTS ให้กลายเป็นการแสดงพลังสนับสนุนที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นผ่านการบริจาค, โครงการบริการสาธารณะ หรือการทำความสะอาดพื้นที่ในท้องถิ่น
สำหรับผู้อ่านที่อาจรู้จัก BTS ผ่านทางสถิติชาร์ตเพลงระดับโลกเพียงอย่างเดียว เรื่องราวในส่วนนี้ได้นำเสนอความสำเร็จในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะฐานแฟนคลับไม่ได้ถูกวัดเพียงแค่จากยอด streaming หรือยอดขายอัลบั้มเท่านั้น แต่ในงานคอนเสิร์ต ความสำเร็จยังวัดได้จากพฤติกรรมของผู้คนในยามที่ไม่มีการแสดงบนเวที และในยามที่ทุกคนต่างก็เหนื่อยล้าจากการเดินทาง
ความล่าช้าในคืนแรกคืออุปสรรคหลักของช่วงสุดสัปดาห์นี้
คอนเสิร์ตที่ Busan ไม่ได้ราบรื่นไปเสียหมด เนื่องจากการแสดงในคืนแรกต้องล่าช้าออกไปมากกว่าหนึ่งชั่วโมง ซึ่งทาง BigHit Music และ HYBE ได้ออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในภายหลัง โดย HYBE ระบุว่าสาเหตุของความล่าช้าเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งความสับสนในการให้คำแนะนำภายในงาน ปัญหาคอขวดในการแจกจ่ายของขวัญสำหรับแฟนคลับ และความล่าช้าในการรับสินค้า Merchandise
ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันดีในงาน K-pop ที่มีความต้องการสูง ซึ่งสิทธิประโยชน์แบบจำกัดเวลา สินค้า Official และขั้นตอนการเข้างานอาจเกิดการทับซ้อนกันจนสร้างความกดดันก่อนที่การแสดงจะเริ่มขึ้น สำหรับแฟนคลับที่ต้องเดินทางมาไกล แม้จะเป็นการล่าช้าเพียงหนึ่งชั่วโมงก็สามารถส่งผลกระทบต่อการเดินทาง การรับประทานอาหาร ตารางเวลา และอารมณ์โดยรวมได้
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของผลลัพธ์ที่ออกมาช่วยบรรเทาผลกระทบจากอุปสรรคดังกล่าว แม้การเริ่มแสดงที่ล่าช้าจะสร้างความหงุดหงิด แต่การจบงานอย่างปลอดภัยนั้นสำคัญยิ่งกว่า ข้อเท็จจริงที่ว่าคืนแรกสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีปัญหาด้านความปลอดภัยที่รุนแรง ช่วยให้ผู้จัดงานและแฟนคลับมีโอกาสได้ปรับตัวใหม่สำหรับวันที่สอง ซึ่งเป็นวันที่จำนวนการรายงานปัญหาลดน้อยลง
นอกจากนี้ คำขอโทษดังกล่าวยังช่วยให้ HYBE และผู้จัดงานในท้องถิ่นได้รับบทเรียนที่ชัดเจนสำหรับกิจกรรมในอนาคต การมีคำแนะนำในพื้นที่ที่ชัดเจนขึ้น การจัดการการไหลเวียนของฝูงชนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ที่ราบรื่นขึ้น และระบบการรับสินค้า Merchandise ที่น่าเชื่อถือมากขึ้น สามารถช่วยลดจุดขัดแย้งที่ทำให้เกิดความล่าช้าได้ สำหรับศิลปินที่มีความต้องการระดับโลกอย่าง BTS รายละเอียดเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาด้านการบริการลูกค้าเล็กน้อย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนด้านความปลอดภัย
ทำไมผลลัพธ์ที่ Busan จึงสำคัญมากกว่าแค่เรื่องของคอนเสิร์ตหนึ่งครั้ง
คอนเสิร์ตของ BTS มีมิติทางสังคมที่สำคัญในเกาหลีมาอย่างยาวนาน เนื่องจากกลุ่มแฟนคลับไม่ได้รวมตัวกันอยู่เพียงแค่ภายในสถานที่จัดงานเท่านั้น แต่เหล่าแฟนคลับยังช่วยกันเติมเต็มพื้นที่ตามสถานีรถไฟใต้ดิน คาเฟ่ โรงแรม ร้านอาหาร และจุดถ่ายภาพ ซึ่งมักจะเปลี่ยนให้การจัดอีเวนต์กลายเป็นปรากฏการณ์การท่องเที่ยวระยะสั้นที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ Busan เคยเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ BTS มาแล้ว รวมถึงคอนเสิร์ตครั้งสำคัญของวงที่เชื่อมโยงกับแคมเปญ World Expo ของเมือง ดังนั้นเมืองนี้จึงทราบดีถึงระดับความสนใจมหาศาลที่ชื่อนี้สามารถสร้างขึ้นได้
ในครั้งนี้ ผลลัพธ์ที่น่าสังเกตคือความระเบียบเรียบร้อย เนื่องด้วยจำนวนผู้ชมกว่า 110,000 คนตลอดสองคืน อาจกลายเป็นพาดหัวข่าวเชิงลบได้ง่ายหากระบบการจัดการทางออกเกิดปัญหาหรือการจราจรติดขัดจนส่งผลกระทบต่อย่านใกล้เคียง แต่ในทางกลับกัน ช่วงสุดสัปดาห์ดังกล่าวกลับกลายเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจเกี่ยวกับการร่วมมือกันระหว่างเหล่าแฟนคลับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมดูแลความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
รายงานดังกล่าวยังได้เชื่อมโยงโชว์ที่ Busan เข้ากับการแสดงในโอกาส comeback เดือนมีนาคมของ BTS ณ Gwanghwamun Square ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสาธารณะขนาดใหญ่ที่ถูกจดจำในแง่ของการหลีกเลี่ยงปัญหาความวุ่นวายแม้จะเป็นการจัดงานในพื้นที่เปิด เมื่อพิจารณาทั้งสองกรณีร่วมกัน จะเห็นได้ว่าการกลับมาจัดกิจกรรมสาธารณะขนาดใหญ่ของวงกำลังถูกจับตามอง ไม่เพียงแต่ในแง่ของดนตรีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องการบริหารจัดการฝูงชนด้วย
การตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป เนื่องจาก BTS ยังคงเป็นหนึ่งในศิลปินเพียงไม่กี่กลุ่มที่สามารถดึงดูดความสนใจจากทั่วโลกได้ทุกครั้งที่มีการจัดงานสำคัญในเกาหลี ทุกคอนเสิร์ตใหม่ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นการทดสอบทั้งด้านโลจิสติกส์และด้านความนิยมไปพร้อมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหล่าแฟนคลับเดินทางมาจากประเทศต่าง ๆ และต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะพร้อม ๆ กัน
สำหรับเหล่า ARMY สุดสัปท้ายที่ Busan กลายเป็นความภาคภูมิใจที่ไม่ต้องพึ่งพาเพียงแค่ลำดับบนชาร์ตเพลง เหล่าแฟนคลับได้ร่วมกันสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดในจังหวะที่สำคัญ และช่วยกันดูแลความเรียบร้อยบริเวณพื้นที่จัดงาน สำหรับผู้จัดงาน บทเรียนที่ได้รับนั้นมีความเป็นรูปธรรมมากกว่า: แม้แต่กลุ่ม fandom ที่มีความจงรักภักดีมากที่สุด ก็ยังจำเป็นต้องมีระบบที่รองรับขนาดของกลุ่มแฟนคลับที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้
กิจกรรมครั้งต่อไปของ BTS จะนำมาซึ่งความท้าทายในรูปแบบใหม่ ตั้งแต่ความต้องการในการกดบัตร ไปจนถึงเรื่องการคมนาคมและการให้คำแนะนำในหลายภาษา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่ Busan ได้มอบตัวอย่างที่มีประโยชน์ให้แก่ตัววง เมือง และ fandom เพื่อนำไปต่อยอดได้ เมื่อคอนเสิร์ตในช่วงสุดสัปดาห์ที่มีผู้เข้าร่วมถึง 110,000 คน จบลงด้วยบทสนทนาที่มุ่งเน้นไปที่เรื่องความปลอดภัย ความอดทน และความรับผิดชอบร่วมกัน นั่นเป็นมากกว่าแค่รายงานการดำเนินงานที่ราบรื่น แต่มันคือส่วนหนึ่งที่ทำให้การปรากฏตัวของ BTS ยังคงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเหตุการณ์ระดับโลกอยู่เสมอ
คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?
저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Entertainment Journalist · KEnterHub
Entertainment journalist focused on Korean music, film, and the global K-Wave. Reports on industry trends, celebrity profiles, and the intersection of Korean pop culture and international audiences.
ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น