เส้นทางอันยากลำบากในการกลับมาสู่ BOYNEXTDOOR ของ Jaehyun

Myung Jaehyun ลีดเดอร์ของ BOYNEXTDOOR ได้เปลี่ยนบทสนทนาเบาสมองในรายการวาไรตี้ให้กลายเป็นเรื่องราวจุดเริ่มต้นที่น่าประทับใจ โดยเขาได้แบ่งปันว่าเส้นทางก่อนจะกลับมาสู่เส้นทางดนตรีนั้น เขาต้องผ่านทั้งงานยกของส่งพัสดุ งานก่อสร้าง และแม้แต่การขนถ่านหิน ก่อนที่ Zico จะเรียกเขาไปออดิชัน ช่วงเวลานี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของหนึ่งในผู้นำรุ่นใหม่ของวงการ K-pop จากเดิมที่ดูเป็นรุกกี้ที่ถูกปั้นมาอย่างประณีต ให้กลายเป็นศิลปินที่เคยก้าวออกจากระบบเด็กฝึกหัดชั่วคราว และกลับมาพร้อมมุมมองที่กว้างไกลขึ้นทั้งในเรื่องการทำงาน ดนตรี และความรับผิดชอบ
Jaehyun ปรากฏตัวพร้อมกับสมาชิกวง BOYNEXTDOOR อย่าง Taesan และ Woonhak ในรายการ Mini Pinggyego ซึ่งเป็นรายการทอล์กโชว์ทาง YouTube จากช่อง DdeunDdeun ที่อัปโหลดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เมื่อพิธีกร Yoo Jae-suk ถามถึงเรื่องราวการเดบิวต์ของสมาชิก Jaehyun ได้เล่าถึงช่วงเวลาหนึ่งในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นที่เขาได้หยุดการฝึกฝนไปประมาณหนึ่งปี และได้ทำงานพาร์ทไทม์ที่ต้องใช้แรงกายอย่างต่อเนื่อง คำตอบของเขาได้กลายเป็นจุดสำคัญที่สร้างอารมณ์ร่วมให้กับตอนนั้นอย่างรวดเร็ว เพราะมันเชื่อมโยงเรื่องราวการเดบิวต์ของวงเข้ากับบทเรียนแห่งความไม่แน่นอนที่ดูสมจริงและจับต้องได้
หนึ่งปีที่ห่างจากเส้นทางเด็กฝึก
ตามคำบอกเล่าของ Jaehyun เขาได้ฝึกฝนมาเป็นเวลานานก่อนที่จะใช้เวลาประมาณหนึ่งปีอยู่นอกระบบการเป็นเด็กฝึก เขาเล่าว่าในช่วงที่หยุดพักไปนั้น เขาได้ทำงานหลายอย่าง โดยระบุถึงงานยกพัสดุ งานใช้แรงงานในไซต์ก่อสร้าง และงานที่เกี่ยวข้องกับถ่านหิน เขาได้ชี้แจงว่าเขาไม่ได้เข้าไปทำงานในเหมือง แต่มีประสบการณ์ในการแบกถ่านหิน ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ทำให้เรื่องราวนี้ดูสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับการออกรายการวาไรตี้ของไอดอล
การเปิดเผยข้อมูลนี้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เนื่องจากเรื่องราวการเดบิวต์ในวงการ K-pop มักจะเน้นไปที่เรื่องของห้องซ้อม การประเมินผล และการแข่งขันรูปแบบรายการเซอร์ไววัล แต่เรื่องราวของ Jaehyun ได้ช่วยขยายภาพเหล่านั้นให้กว้างขึ้น แทนที่จะนำเสนอว่าปีที่หายไปนั้นเป็นเพียงการพักเบรกที่ราบรื่น เขากลับอธิบายว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกว่าดนตรีเริ่มห่างไกลจากตัวเขามากขึ้น ซึ่งบ่งบอกว่าเส้นทางสู่การเป็นสมาชิกวง BOYNEXTDOOR ไม่ใช่การก้าวขึ้นมาในอุตสาหกรรมแบบเส้นตรง
บริบทดังกล่าวยังช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับเรื่องราวการกลับมาของเขาในภายหลังด้วย Jaehyun เล่าว่าเขาอยู่ในจุดที่คิดว่าตัวเองได้เดินออกมาจากเส้นทางดนตรีแล้ว จนกระทั่งโปรดิวเซอร์ Zico ติดต่อเขามา โดย Zico ซึ่งเป็นทั้งแรปเปอร์-โปรดิวเซอร์ และเป็นบุคคลสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์บอยกรุปของ KOZ Entertainment ได้เสนอตัวที่จะเข้าไปดูการออดิชันของเขาด้วยตัวเอง Jaehyun ระลึกความหลังว่าเขาตอบรับคำชวนนั้นด้วยอารมณ์ขัน โดยคิดว่าเขาควรจะไปเพราะมันหมายถึงการจะได้พบกับคนดังตัวจริง
คำพูดดังกล่าวทำให้เรื่องราวดูมีความขี้เล่น แต่จังหวะเวลานั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง BOYNEXTDOOR บอยกรุปสมาชิก 6 คนภายใต้สังกัด KOZ Entertainment และ HYBE Labels ได้เดบิวต์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 ประกอบด้วย Sungho, Riwoo, Jaehyun, Taesan, Leehan และ Woonhak เรื่องราวของ Jaehyun บ่งชี้ว่าการเข้ามาของเขาเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญของการก่อตั้งวง หลังจากที่สมาชิกคนอื่นๆ ได้เตรียมตัวร่วมกันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เหตุผลที่ Taesan กล่าวว่าวงต้องการเขา
Taesan ได้เพิ่มมิติให้กับเรื่องราวด้วยการย้อนความจำถึงไลน์อัปของวงในช่วงก่อนการเดบิวต์ในมุมมองของเขา โดยเขากล่าวว่าสมาชิกที่เตรียมจะเดบิวต์นั้นมารวมตัวกันเกือบครบแล้ว แต่ยังไม่มีใครที่สามารถรับหน้าที่แรปโทนเสียงต่ำได้อย่างเป็นธรรมชาติในแบบที่ Zico ต้องการ Taesan จำได้ว่าเคยได้ยินมาว่าหากยังไม่พบคนที่ใช่ สมาชิกที่เหลืออาจจะต้องเดบิวต์ในฐานะวงที่มีสมาชิกเพียง 5 คน
สิ่งนี้ทำให้การมาถึงของ Jaehyun ไม่ได้รู้สึกเหมือนเป็นการเพิ่มสมาชิกเข้ามาในภายหลัง แต่เหมือนกับจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่หลุดเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป Taesan กล่าวว่าเขารู้สึกขอบคุณที่ Jaehyun ได้เข้ามา ซึ่งเป็นคำพูดสั้นๆ ที่ช่วยสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดในเรื่องราวนี้ ในวงที่ขึ้นชื่อเรื่องภาพลักษณ์ที่ดูเป็นกันเองเหมือนเพื่อนบ้าน เรื่องราวนี้ได้แสดงให้เห็นถึงเคมีดังกล่าวผ่านกระบวนการก่อตั้งวงจริงๆ มากกว่าจะเป็นเพียงแค่คำโฆษณาทางการตลาด
ชื่อวง BOYNEXTDOOR นั้นมุ่งเน้นไปที่ความรู้สึกเข้าถึงง่ายมาโดยตลอด นั่นคือการเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิด จริงใจ และคุ้นเคยมากกว่าที่จะดูห่างเหิน เรื่องราวของ Jaehyun จึงสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของวงโดยไม่ดูเป็นการปรุงแต่งจนเกินไป ในขณะที่งานก่อนการเดบิวต์ของเขาได้เผยให้เห็นอีกด้านที่แฟนๆ นานๆ จะได้เห็นทีหนึ่ง และคำตอบของ Taesan ก็ได้ช่วยเน้นย้ำว่าสมาชิกในวงต่างเข้าใจในบทบาทของเขาได้ก่อนที่สาธารณชนจะรับรู้เสียอีก
สำหรับแฟนคลับต่างประเทศที่อาจจะรู้จัก BOYNEXTDOOR ผ่านทางผลงานการแสดงเป็นหลัก รายการตอนนี้ได้ช่วยให้เห็นภาพรวมของความสัมพันธ์ภายในวงได้อย่างชัดเจน Jaehyun ไม่ได้เป็นเพียงแค่ rapper และ performer ของทีมเท่านั้น แต่เขายังรับหน้าที่เป็น leader อีกด้วย ซึ่งตำแหน่งของเขาในไลน์อัปดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับทั้งแนวดนตรีและบุคลิกภาพ บทสนทนาในรายการช่วยอธิบายว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของอัตลักษณ์วงได้อย่างรวดเร็วหลังจากเข้าร่วมวง
ข้อเสนอการเป็น Leader จาก Zico
Jaehyun ยังได้เปิดเผยด้วยว่าเขาได้มีการพูดคุยแบบตัวต่อตัวกับ Zico ก่อนที่จะได้พบกับสมาชิกคนอื่นๆ ในระหว่างการพูดคุยครั้งนั้น Zico ได้เสนอให้เขาขึ้นมารับบทบาท leader ซึ่ง Jaehyun เล่าว่าเขารู้สึกตั้งคำถามว่ามันจะสมเหตุสมผลหรือไม่ สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาในบริษัทจะมาเป็นผู้นำกลุ่ม trainees ที่ใช้เวลาเตรียมตัวร่วมกันมานานหลายปี
เหตุผลของ Zico ตามที่ Jaehyun ถ่ายทอดออกมานั้น เน้นไปที่เรื่องของความยืดหยุ่น โดย Zico บอกกับ Jaehyun ว่า leader จำเป็นต้องสามารถปรับตัวได้อย่างลื่นไหลตามสถานการณ์ที่แตกต่างกัน และดูเหมือนว่า Jaehyun จะเป็นคนที่มีความสามารถในการปรับตัวได้ดีเป็นพิเศษ คำอธิบายนี้ถือเป็นสิ่งที่เปิดมุมมองใหม่ เพราะมันเป็นการนิยามความเป็นผู้นำที่ไม่ใช่เรื่องของลำดับอาวุโส แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการอ่านสถานการณ์ การปรับตัว และการประสานผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
ช่วงเวลานั้นยังสร้างเสียงหัวเราะเมื่อ Woonhak แซวตัวเองว่ารู้สึกน้อยใจเล็กน้อยที่ Zico เฝ้าดูสมาชิกคนอื่นๆ มานานถึงสามปี แต่กลับสรุปว่า Jaehyun เป็นคนที่ยืดหยุ่นที่สุด ซึ่ง Jaehyun ก็ตอบกลับไปว่าให้เขากลับไปสำรวจตัวเองเสียใหม่ เป็นการโต้ตอบที่ดูเฉียบคมแต่แฝงไปด้วยความเอ็นดู ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนที่ลงตัวเพราะความสัมพันธ์พื้นฐานของพวกเขานั้นดูแน่นแฟ้นและมั่นคง
ความสมดุลระหว่างความจริงใจและการหยอกล้อกันเช่นนี้เองที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คลิปดังกล่าวได้รับความสนใจจากแฟนๆ อย่างมาก หัวข้อที่นำมาพูดคุยอาจดูหนักอึ้งได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลิกฝึกซ้อม การออกไปทำงานใช้แรงงาน หรือการต้องกลับมาเผชิญกับการออดิชันจากหนึ่งในโปรดิวเซอร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการ K-pop แต่เหล่าสมาชิกกลับถ่ายทอดเรื่องราวด้วยความอบอุ่นและอารมณ์ขัน ทำให้ผู้ชมสามารถรับรู้ถึงสถานการณ์ที่จริงจังได้โดยไม่เสียจังหวะความผ่อนคลายของรายการ
เบื้องหลังวงการ K-pop ในมุมที่แตกต่าง
คำพูดของ Jaehyun เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แฟนๆ เริ่มให้ความสนใจมากขึ้นเกี่ยวกับความพยายามที่แท้จริงเบื้องหลังเส้นทางไอดอล ระบบเด็กฝึก (trainee system) เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าต้องใช้เวลาฝึกฝนยาวนานและมีความกดดันสูง แต่เรื่องราวของเขาได้ช่วยเติมเต็มภาพลักษณ์ของความพยายามในอีกรูปแบบหนึ่ง การใช้เวลาหนึ่งปีไปกับการทำงาน Part-time แสดงให้เห็นถึงศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังทดลองใช้ชีวิตนอกโลกดนตรี ก่อนที่จะถูกดึงกลับมาด้วยโอกาสที่เขาไม่คาดคิด
นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเรื่องราวในอีพีนี้ถึงส่งต่อความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าแค่เรื่องเล่า "ก่อนการเดบิวต์" ทั่วไป มันได้สร้างเส้นเรื่องเล็กๆ ขึ้นมา: ตั้งแต่ช่วงที่เด็กฝึกหัดต้องก้าวออกไปเผชิญโลกภายนอก ทำงานที่ต้องใช้แรงกายและเป็นงานธรรมดาๆ จนเริ่มรู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากโลกดนตรี ก่อนจะได้รับสายโทรศัพท์ที่ดึงเขากลับเข้ามาในห้องที่อนาคตของวงกำลังก่อตัวขึ้น เรื่องราวนี้มีจุดหักเหที่ทำให้แฟนๆ จดจำ เพราะมันทำให้การเดบิวต์ที่เกิดขึ้นในภายหลังดูไม่ใช่เรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้วอย่างง่ายดาย
นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มมิติให้กับภาพลักษณ์ความเป็นทีมของ BOYNEXTDOOR อีกด้วย ทั้งความรู้สึกขอบคุณของ Taesan, การหยอกล้อของ Woonhak และการเล่าเรื่องแบบถ่อมตัวของ Jaehyun เอง ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงกลุ่มศิลปินที่สามารถพูดถึงความกดดันก่อนการเดบิวต์ได้ โดยไม่ทำให้มันกลายเป็นเพียงเรื่องราวความสำเร็จที่ถูกขัดเกลาจนดูสมบูรณ์แบบเกินไป เหล่าสมาชิกไม่จำเป็นต้องตอกย้ำถึงความยากลำบากจนเกินจริงเพื่อให้ประเด็นนี้ส่งถึงผู้ฟัง
สำหรับ Jaehyun รายละเอียดที่สำคัญที่สุดอาจเป็นสิ่งที่ฟังดูไม่หวือหวาที่สุด นั่นคือการที่เขาตั้งคำถามว่า มันยุติธรรมหรือไม่ที่เขาจะต้องมาเป็นผู้นำกลุ่มคนที่มีระยะเวลาการเป็นเด็กฝึกหัดยาวนานกว่าตัวเขา คำถามนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นลีดเดอร์ที่ตระหนักถึงเรื่องจังหวะเวลา ความไว้วางใจ และความรับผิดชอบ ก่อนที่ตำแหน่งนี้จะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเสียด้วยซ้ำ และนี่ยังอธิบายได้ว่าทำไมคำตอบของ Zico ถึงมุ่งเน้นไปที่เรื่องของการปรับตัวมากกว่าเรื่องของลำดับขั้น
สิ่งที่เรื่องราวนี้มอบให้กับ BOYNEXTDOOR ในตอนนี้
การปรากฏตัวใน คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?
저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Entertainment Journalist · KEnterHub
Entertainment journalist focused on Korean music, film, and the global K-Wave. Reports on industry trends, celebrity profiles, and the intersection of Korean pop culture and international audiences.
ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
การพูดคุย
บทความที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง