Mnet Plus เปิด YZKZ เจาะแฟนไลฟ์สไตล์ K-pop
ออริจินัลใหม่ก่อนเปิดตัวเดือนกรกฎาคม รวมบิวตี้ไอดอล รูทีน การมีส่วนร่วมของแฟน และสไตลิ่งช่วงคัมแบ็ก

Mnet Plus กำลังนำเสนอรูปแบบรายการออริจินัลใหม่เข้าสู่ใจกลางบทสนทนาของวงการ K-pop ด้วยการปล่อยทีเซอร์ของ Yeonji Gonji: YZKZ ซึ่งเป็นโปรเจกต์ด้านความงามและไลฟ์สไตล์ที่สร้างขึ้นโดยมีไอดอลเป็นศูนย์กลาง ผสมผสานกับการมีส่วนร่วมของแฟนคลับ และพฤติกรรมการรับชมแบบวิดีโอสั้น โดยทีเซอร์ที่เผยแพร่ผ่านช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของ Mnet K-POP ได้แนะนำโปรเจกต์นี้ในฐานะ Young Z, K-beauty and lifestyle zone ซึ่งวางตำแหน่งให้เป็นทั้งรายการวาไรตี้ต่อยอดและแพลตฟอร์ม Fan-service สำหรับผู้ชมที่ติดตามเรื่องการสไตลิ่งของไอดอล, กิจวัตรประจำวัน, การเตรียมตัวช่วง Comeback รวมถึงสิ่งของส่วนตัวชิ้นเล็กๆ ที่มักจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม Fandom
วิดีโอดังกล่าวซึ่งถูกอัปโหลดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ได้วางกรอบให้โปรเจกต์นี้เป็น Mnet Plus original มากกว่าที่จะเป็นเพียงตอนเดียวหรือคลิปโปรโมตทั่วไป โดยข้อมูลจากช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของ Mnet K-POP ระบุว่า การปล่อยตอนแรกมีกำหนดการในวันที่ 6 กรกฎาคม เวลา 17.00 น. ตามเวลามาตรฐานเกาหลี (KST) ทาง Mnet Plus โดยสามารถรับชม VOD ได้ผ่านทางแพลตฟอร์มนี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีกำหนดการออกอากาศทางโทรทเวอเตอร์ช่อง Mnet ในวันที่ 9 กรกฎาคม เวลา 19.50 น. ตามเวลามาตรฐานเกาหลี (KST) ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวโปรเจกต์แบบสองขั้นตอน เริ่มต้นจากบนแอปพลิเคชันก่อนจะขยายไปยังผู้ชมทางหน้าจอโทรทัศน์
โครงสร้างการปล่อยคอนเทนต์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากคอนเทนต์ K-pop ในปัจจุบันถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางการรับชมที่หลากหลายในเวลาเดียวกัน แฟนคลับคาดหวังให้การเข้าถึงผ่านแอปพลิเคชัน, คลิปสั้นบน social-media, YouTube teasers อย่างเป็นทางการ และแพ็กเกจรายการโทรทัศน์ที่ผ่านการตัดต่อแล้ว สามารถทำงานสอดประสานกันได้อย่างลงตัว Yeonji Gonji: YZKZ ดูเหมือนจะถูกออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมเช่นนั้น โดยที่ teaser ของรายการไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่การเปิดตัวศิลปินคนเดียว แต่เป็นการนำเสนอรูปแบบ (format) ที่สามารถทำซ้ำได้ ซึ่งสามารถรองรับไอดอลที่แตกต่างกันและชุมชนแฟนคลับที่หลากหลายผ่านทางหลายตอนของรายการ
รูปแบบ Beauty-Lifestyle ที่สร้างขึ้นเพื่อ Fandom ของไอดอล
ใน teaser ได้มีการวางโครงสร้างไว้ 5 ช่วงหลัก โดยช่วงแรกคือ Twin Mirror Show ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นรายการแนว get-ready-with-talk show ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผู้ชมคุ้นเคยจากการได้เห็นศิลปินเตรียมตัวสำหรับตารางงานสาธารณะไปพร้อมกับการตอบคำถามในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ในวงการ K-pop ห้องแต่งหน้าและเก้าอี้ทำผมไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่หลังเวทีเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเล่าเรื่อง (storytelling) ที่เหล่าศิลปินจะได้พูดคุยกันถึงเรื่องความกดดันในการ comeback, รสนิยม, มิตรภาพ, ตัวตนบนเวที และช่องว่างระหว่างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบกับการแสดงออกในชีวิตประจำวัน
ช่วงที่สองคือ Fans' Choice Face ซึ่งถูกนำเสนอในรูปแบบโปรเจกต์นิตยสารที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับมีส่วนร่วม ชื่อรายการนี้สื่อให้เห็นว่าผู้ชมจะมีบทบาทในการเลือกรูปลักษณ์ หัวข้อ หรือธีมด้าน Visual ต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของ Mnet Plus ที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อคอนเทนต์จากการออกอากาศเข้ากับการมีส่วนร่วมของเหล่า Fandom โดยเฉพาะสำหรับแฟนคลับรุ่นใหม่ ความสามารถในการมีอิทธิพลหรือการโหวตคอนเทนต์สามารถเปลี่ยนฟีเจอร์ด้านความงามแบบมาตรฐานให้กลายเป็นอีเวนต์ที่สามารถแชร์ต่อได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยให้แพลตฟอร์มได้รับข้อมูลมากขึ้นว่าแฟนๆ อยากเห็นอะไรจากแต่ละ Idol หรือแต่ละ Group
ส่วนช่วงที่สาม Check-in! Idol Bingo ได้นำแนวคิดเรื่องกระเป๋าเดินทางและของใช้ส่วนตัวของเหล่า Idol มาสร้างสรรค์ในรูปแบบของเกม โดย Teaser อธิบายถึงการต่อสู้แบบ Bingo ที่เน้นไปที่การปกป้องหรือการเปิดเผยไอเทมในกระเป๋าเดินทางจริงๆ ของศิลปิน นี่คือรูปแบบรายการที่สามารถใช้งานได้ดีทั้งกับศิลปินระดับ Star ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วและศิลปินหน้าใหม่ เพราะไม่ต้องใช้การอธิบายเนื้อหาที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า Pouch ใบโปรด, ขนมสำหรับเดินทาง, เครื่องประดับนำโชค, ผลิตภัณฑ์ Skin-care หรือของใช้จำเป็นใน Practice-room สิ่งเหล่านี้สามารถกลายเป็นหัวข้อสนทนาและเป็นคลิปที่แฟนๆ จะช่วยกันแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว
ช่วงที่สี่ Comeback Look มีเป้าหมายไปที่ช่วงการเตรียมตัวก่อนปล่อยเพลง (pre-release) และวงจรการ Comeback ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของปฏิทิน K-pop การนำเสนอเมคอัพสำหรับช่วง Comeback เป็นการเปิดเผยลุคแรก จะช่วยให้รายการสามารถเชื่อมโยงคอนเทนต์ความงามเข้ากับการโปรโมตผลงานเพลงได้ การทำ Styling ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ชัดเจนที่สุดที่วงไอดอลใช้ในการส่งสัญญาณเข้าสู่ยุคใหม่ (new era) ไม่ว่าจะเป็นสีผม, Eye makeup, Nail art, Accessories หรือ Stage wardrobe มักจะกลายเป็นหัวข้อที่ถูกค้นหาอย่างแพร่หลายก่อนที่เพลงจะถูกปล่อยออกมาเสียอีก รายการที่สามารถรวบรวมรายละเอียดเหล่านี้มานำเสนอในรูปแบบที่เป็นทางการ จะช่วยขยายช่วงเวลาการโปรโมตให้ยาวนานขึ้นในช่วงการ Comeback
ช่วงที่ห้า 10min Routine จะมุ่งเน้นไปที่กิจวัตรประจำวันและไลฟ์สไตล์ในชีวิตจริงของเหล่าไอดอล คำนี้สื่อถึงตอนสั้นๆ ที่กระชับ ซึ่งสามารถรับชมได้อย่างรวดเร็ว ตัดคลิปได้ง่าย และเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องมีข้อมูลเบื้องหลังที่ยาวเหยียด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับกลุ่มผู้ชม K-pop ในต่างประเทศ ที่มักจะทำความรู้จักศิลปินผ่านคลิป Shorts ที่มีการแปลภาษา, วิดีโอที่มีคำบรรยาย (subtitles) บนแพลตฟอร์มต่างๆ และการแนะนำจาก Algorithm ก่อนที่จะตัดสินใจรับชมรายการ Variety แบบเต็มรูปแบบ ช่วง Routine 10 นาทีนี้จึงสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการทำให้คนทั่วไปรู้จักศิลปิน (casual discovery) และการสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งกับกลุ่มแฟนคลับ (deeper fan engagement)
Mnet Plus ใช้กลยุทธ์ App-First ก่อนการออกอากาศ
รายละเอียดของตารางการออกอากาศยังบ่งชี้ถึงกลยุทธ์ด้านแพลตฟอร์มที่ผ่านการวางแผนมาอย่างดี โดยการเปิดตัวบน Mnet Plus ก่อนในวันที่ 6 กรกฎาคม และตามด้วยการออกอากาศทาง Mnet ในวันที่ 9 กรกฎาคม โปรเจกต์นี้ช่วยสร้างความได้เปรียบในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านแอปพลิเคชันในช่วงแรก ในขณะที่ยังคงรักษาความสามารถในการเข้าถึงผู้ชมผ่านทางโทรทัศน์แบบ Linear ไว้ด้วย สิ่งนี้กลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยขึ้นในอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลี ซึ่งเหล่าสถานีโทรทัศน์ใช้ทั้งแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการและช่อง YouTube ไม่เพียงเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังเพื่อการสร้างฐานผู้ชมอีกด้วย โดยผู้ชมกลุ่มแรกจะช่วยสร้างบทสนทนา การแคปภาพหน้าจอ และคลิปสั้นๆ บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการออกอากาศในภายหลังที่ได้รับอานิสงน์จากความสนใจในช่วงแรกนั้น
สำหรับ Mnet โปรเจกต์นี้ยังสอดคล้องกับจุดแข็งที่โดดเด่นของสถานี นั่นคือการทำรายการที่เน้น Idol เป็นศูนย์กลาง ซึ่งสามารถนำมาตัดต่อเป็นหน่วยประชาสัมพันธ์ที่ดูสะอาดตาและน่าสนใจ รายการแข่งขัน, เวที Comeback stages, คอนเทนต์รูปแบบ Relay และคลิป Performance ต่างๆ ได้หล่อหลอมให้ผู้ชม K-pop ติดตามช่องอย่างเป็นทางการของ Mnet ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการ Comeback ไปแล้ว ซึ่ง Yeonji Gonji: YZKZ จะช่วยขยายความสัมพันธ์นั้นไปสู่ด้าน Beauty และ Lifestyle ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แฟนคลับมีส่วนร่วมสูง แต่บางครั้งคอนเทนต์ในด้านเหล่านี้อาจจะกระจัดกระจายอยู่ตามช่องของแบรนด์ต่างๆ, Personal vlogs หรือการสัมภาษณ์สั้นๆ
ถ้อยคำใน Teaser ช่วยทำให้กลุ่มเป้าหมายของรายการชัดเจนขึ้นโดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ Fandom เดียว แต่เป็นการอธิบายถึงพื้นที่ที่ความสวยงามและไลฟ์สไตล์ที่แท้จริงของเหล่า K-pop idols มาบรรจบกัน ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้สามารถปรับเปลี่ยน Lineup ของแขกรับเชิญ, เปลี่ยน Concept ไปตามความเหมาะสม รวมถึงการนำเสนอหัวข้อด้านความงามที่เอื้อต่อ Sponsor ในขณะเดียวกัน ชื่อรูปแบบรายการก็มีความเฉพาะเจาะจงเพียงพอที่จะสื่อสารประสบการณ์การรับชมได้เป็นอย่างดี เหล่าแฟนคลับจะทราบทันทีว่าพวกเขาจะได้เห็นทั้งการเตรียม Makeup, ของใช้ส่วนตัว, Visual concepts ที่แฟนๆ เป็นผู้เลือก, การทำ Styling สำหรับการ Comeback และกิจวัตรประจำวัน มากกว่าจะเป็นเพียงรายการ Talk program ทั่วไป
แนวทางนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างการรับรู้ใหม่ๆ (Discovery) สำหรับผู้ชมที่ติดตาม Idol คนใดคนหนึ่ง ก็ยังสามารถเข้าใจภาพรวมของ Project นี้ได้ และอาจจะกลับมาชมตอนอื่นๆ ต่อไปหากโครงสร้างของ Segment มีความน่าสนใจ ส่วนแฟนคลับที่ติดตามเทรนด์ K-beauty ก็อาจจะถูกดึงดูดด้วยเรื่องการ Styling และหัวข้อที่ใกล้ชิดกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ แม้จะยังไม่รู้จักแขกรับเชิญทุกคนก็ตาม หรือแม้แต่ผู้ชมรายการ Variety ทั่วไปก็อาจถูกดึงดูดด้วยกลไกการเล่นเกมใน Segment Bingo ได้ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ รายการนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้อยู่ตรงจุดตัดระหว่าง Fandom, Lifestyle และ Platform-native entertainment อย่างลงตัว
ทำไม Teaser นี้ถึงสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้มากกว่าแค่หนึ่ง Fanbase
คอนเทนต์อย่างเป็นทางการของเหล่าไอดอลเริ่มมีการแข่งขันที่สูงขึ้น เนื่องจากแฟนคลับต่างได้รับชมคลิปเบื้องหลัง, Shorts, Livestreams และวิดีโอที่สมาชิกในวงผลิตเองกันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อให้โดดเด่นออกมา โปรเจกต์ใหม่จำเป็นต้องมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนและมีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้แฟนๆ เลือกรับชมผ่านแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ Yeonji Gonji: YZKZ พยายามที่จะตอบโจทย์นั้นด้วยการจัดระเบียบสิ่งที่แฟนคลับให้ความสนใจอยู่แล้วให้กลายเป็น "Branded Corners" หรือช่วงรายการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้ว่า Teaser จะสั้นมาก แต่โครงสร้างที่วางไว้ก็ชัดเจนพอที่จะบ่งบอกว่าเป็นซีรีส์ที่มีพื้นที่สำหรับสร้างความคุ้นเคยและสร้างความคาดหวังให้กับผู้ชมได้
ในแง่ของความสวยงามนั้นถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญมากสำหรับวงการ K-pop เพราะเรื่องของ Styling ไม่เคยเป็นเรื่องบังเอิญ ลุคในช่วง Comeback สามารถกำหนดนิยามของยุคสมัยได้ไม่แพ้ท่าเต้นหรือการออกแบบ Album Packaging เลยทีเดียว แฟนคลับต่างพูดคุยกันเรื่องรูปทรงของ Eyeliner, การเปลี่ยนสีผม, รายละเอียดของ Manicure, เครื่องประดับบนเวที ไปจนถึงแฟชั่นในวันสบายๆ ด้วยความตื่นเต้นในระดับเดียวกับที่พวกเขามีให้กับการปล่อย Teaser หรือ Track list ดังนั้น เมื่อผู้จัดรายการนำรายละเอียดเหล่านี้มาบรรจุไว้ในรายการอย่างเป็นทางการ มันจึงสามารถเปลี่ยนจากการวิเคราะห์เรื่อง Styling ภายหลัง ให้กลายเป็นการรับชมรายการตามนัดหมายที่ทุกคนตั้งตารอได้
แง่มุมด้านไลฟ์สไตล์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน กิจวัตรประจำวันของเหล่า Idol, ไอเทมสำหรับการเดินทางที่พวกเขาชื่นชอบ และนิสัยก่อนขึ้น Stage ล้วนเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยสร้างความคุ้นเคยแบบ Parasocial ให้เกิดขึ้นได้ แฟนคลับมักจะเชื่อมโยงกับศิลปินผ่านแง่มุมที่จับต้องได้และมีความเป็นมนุษย์ เช่น สิ่งที่ศิลปินจัดลงกระเป๋า, สิ่งที่พวกเขาทำก่อนเริ่ม Schedule, วิธีการจัดการกับความเหนื่อยล้า, สิ่งที่พวกเขาใช้ในช่วงสัปดาห์การ Comeback หรือสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายระหว่างการแสดง รายการที่นำเสนอรายละเอียดเหล่านี้ในรูปแบบความบันเทิงจะสามารถสร้างความผูกพันกับแฟนคลับให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในขณะที่ยังคงความสนุกและเข้าถึงง่าย
เนื่องจากใน Teaser ไม่ได้มีการประกาศรายชื่อ Cast ที่แน่นอนในคำอธิบายที่ปรากฏ ทำให้ความคาดหวังอาจเปลี่ยนไปเป็นการคาดเดาถึง Guest แทน ซึ่งจุดนี้สามารถส่งผลดีต่อ Mnet Plus ได้ แฟนคลับของหลายๆ Group จะคอยติดตามแพลตฟอร์มเพื่อรอประกาศ Lineup และการเปิดตัว Guest แต่ละครั้งสามารถกลายเป็นโมเมนต์ในการโปรโมตได้ด้วยตัวเอง หากรายการสามารถดึงดูดศิลปการ Comeback ที่กำลังมีกระแส, Rookie ที่กำลังได้รับความสนใจในระดับ International หรือ Idol ที่มีอิทธิพลด้าน Beauty และ Fashion อย่างสูง รูปแบบรายการนี้ก็อาจสร้างความสนใจอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่าย Fandom ต่างๆ ได้
มุมมองสำหรับการเปิดตัวในเดือน July
ความสำเร็จของ Yeonji Gonji: YZKZ น่าจะขึ้นอยู่กับว่า Mnet Plus จะสามารถสร้างสมดุลระหว่างความประณีตของงานสร้างและความเป็นธรรมชาติได้อย่างดีเพียงใด เหล่าแฟนคลับต่างต้องการคุณภาพการผลิตที่เป็นทางการ แต่ในขณะเดียวกันก็ตอบสนองต่อช่วงเวลาที่ดูเหมือนไม่ได้มีการเตรียมบทไว้ล่วงหน้า เช่น สิ่งของที่น่าประหลาดใจในกระเป๋าเดินทาง, Routine ที่ดูเป็นธรรมชาติ, การเลือก Styling ที่ดูขี้เล่น หรือคำตอบที่จริงใจในระหว่างการเตรียมตัว หากรายการเน้นไปที่การโปรโมตมากเกินไป อาจทำให้รู้สึกเหมือนเป็นโฆษณาที่ยืดเยื้อ แต่หากให้พื้นที่เหล่า Idols ได้แสดงรสนิยมส่วนตัวและอารมณ์ขัน รายการนี้ก็อาจกลายเป็นจุดหมายใหม่ที่น่าสนใจในวงจร Content ช่วง Comeback ได้
การเปิดตัวผ่านแอปพลิเคชันในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นโอกาสให้ Mnet Plus ได้สร้างสมดุลดังกล่าว ก่อนที่จะมีการออกอากาศทางช่อง Mnet ในวันที่ 9 กรกฎาคม โดย Official Teaser ได้สื่อถึงคำมั่นสัญญาหลักของรายการไว้แล้ว นั่นคือเรื่องราวของ K-pop idols, K-beauty, รายละเอียดด้าน Lifestyle, การปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับ และ Segment สั้นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อให้รับชมซ้ำได้ สำหรับแฟนคลับที่ไม่เพียงแต่ติดตามการปล่อยเพลงเท่านั้น แต่ยังติดตามวัฒนธรรมรอบด้าน ทั้งเรื่อง Styling, Routine และ Personality ของเหล่า Idol ด้วยแล้ว Yeonji Gonji: YZKZ จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็น Format ใหม่ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ตารางงาน K-pop ช่วงฤดูร้อนกำลังเข้มข้นขึ้น
คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?
저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Entertainment Journalist · KEnterHub
Entertainment journalist focused on Korean music, film, and the global K-Wave. Reports on industry trends, celebrity profiles, and the intersection of Korean pop culture and international audiences.
ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น