เรื่องราวที่ BTS V กล้าเล่าเป็นครั้งแรก — จากเด็กชนบทสู่ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก
คิม แทฮยอง เปิดใจเล่าเรื่องเดบิวต์ที่ซึ้งใจ จากเกียชังสู่เวทีโลก

วี สมาชิกวง BTS เปิดใจเล่าเรื่องราวเบื้องหลังการเดบิวต์ครั้งแรก ซึ่งเขายอมรับว่าเคยกังวลเกินกว่าจะเล่ามาตลอดครับ ในรายการ YouTube ช่อง Yojeongjehyung คิม แทฮยองเล่าด้วยคำพูดของตัวเองว่า เด็กหนุ่มจากเมืองเล็กๆ อย่างเกียชังกลายมาเป็นหนึ่งในใบหน้าที่คนทั่วโลกรู้จักดีที่สุดในวงการ K-pop ได้อย่างไร
การเปิดเผยนี้ยิ่งสะเทือนใจในช่วงเวลานี้ เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อน BTS เพิ่งปล่อยอัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 5 ARIRANG เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2026 ซึ่งเป็นอัลบั้มกลุ่มเต็มรูปแบบชุดแรกในรอบเกือบ 4 ปี มียอดขายกว่า 4.17 ล้านชุดในสัปดาห์แรก และกลายเป็นอัลบั้ม K-pop ที่ขายดีที่สุดแห่งปีครับ
ความฝันของพ่อ เส้นทางของลูก
หนึ่งในสิ่งที่น่าตกใจที่สุดที่วีเปิดเผย คือภูมิหลังด้านบันเทิงในครอบครัวของเขาเอง เขาบอกว่า พ่อของผมเองก็เคยฝันอยากเป็นนักแสดงครับ โดยเปิดเผยว่าพ่อเคยเดินสายด้านการแสดงและทำงานเป็น Floor Director (FD) ที่ Daegu MBC แม้พ่อจะไม่ได้ก้าวสู่เส้นทางนั้นอย่างเป็นทางการ แต่เขาก็ส่งผลอย่างเงียบๆ และยาวนานต่อลูกชาย
เมื่อวีเริ่มสนใจการแสดงในช่วงมัธยม พ่อไม่ลังเลที่จะสนับสนุน เขาส่งแทฮยองเรียนแซกโซโฟน กระตุ้นให้สนใจดนตรี และคอยเป็นแหล่งพลังใจที่มั่นคงมาโดยตลอดก่อนที่ Big Hit Entertainment จะเข้ามาในชีวิตครับ ในหลายๆ ด้าน วีบอกว่าพ่อคือคนแรกที่เชื่อมั่นในตัวเขาจริงๆ
วีเคยพูดในอินเทอร์วิวอื่นๆ ว่า พ่อของผมคือความฝันของผม ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดตลอดเส้นทางอาชีพของเขา ความขนานของพ่อและลูก — พ่อที่ฝันถึงเวที และลูกที่ไปถึงได้จริง — กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวส่วนตัวที่ซึ้งใจที่สุดของเขาครับ
การออดิชั่นที่เกือบไม่ได้เข้า
เส้นทางของวีสู่ Big Hit เริ่มจากการทำเพื่อน เขาไปกับเพื่อนคนหนึ่งที่มาออดิชั่นที่แดกู โดยไม่ได้ตั้งใจจะออดิชั่นเองครับ เป็นสาวค้นหาของ Big Hit Entertainment ที่เห็นเขาในฝูงชนและแนะนำให้ลองครับ
วียืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีการเตรียมตัวมาเลย แต่เขาโทรหาพ่อเพื่อขออนุญาตทันที พ่อบอกว่าโอเค เขาออดิชั่น และเป็นคนเดียวจากแดกูที่ผ่านในวันนั้น
การออดิชั่นโดยบังเอิญครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตของทั้งพ่อและลูก สิ่งที่เริ่มต้นจากการไปช่วยเพื่อนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของหนึ่งในอาชีพที่น่าทึ่งที่สุดในวงการดนตรียุคนี้ครับ
"สมาชิกลับ" — และเหตุใดจึงรอมาตลอด
สิ่งที่ทำให้การเปิดเผยครั้งนี้ซึ้งใจยิ่งขึ้น คือคำอธิบายของวีว่าทำไมถึงเก็บเรื่องนี้ไว้นานขนาดนี้ ในช่วงก่อนเดบิวต์ ฝ่ายบริหารวงจงใจไม่ให้เขาปรากฏในสายตาสาธารณะ ขณะที่สมาชิกอีกหกคนปรากฏตัวในสื่อต่างๆ เขาคือ "สมาชิกลับ" ของ BTS — คำที่แฟนๆ ต่อมาใช้แสดงความรักใคร่ แต่ในขณะนั้นมันเป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวครับ
วียอมรับว่าเขารับรู้ถึงความสนใจของแฟนๆ เกี่ยวกับภูมิหลังของเขามาหลายปีแล้ว แต่ลังเลที่จะเล่า เขาบอกว่าล่าช้าในการแชร์เรื่องนี้เพราะไม่แน่ใจว่าคนจะรับอย่างไรครับ การตัดสินใจเล่าในที่สุดบน Yojeongjehyung รู้สึกเหมือนวางภาระที่แบกมานานลงได้
มีรายละเอียดหนึ่งที่มีความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง เขาบอกว่าตอนที่ผ่านออดิชั่นและได้เป็น trainee ครั้งแรก เขาพอใจมากแค่ได้อยู่ในฐานะนั้นจนไม่รู้สึกกระวนกระวายที่จะเดบิวต์จริงๆ เขามีความสุขเพียงแค่ได้อยู่ตรงนั้น ได้เรียน ได้ฝึก — เป็นสัญญาณแรกของคุณสมบัติที่ตั้งใจและไม่รีบร้อนที่ทำให้เขาแตกต่างมาตลอดครับ
กลับมาสู่เรื่องราวนี้หลัง ARIRANG
ช่วงเวลาของการสนทนาครั้งนี้ — หลังการคัมแบ็กสุดยิ่งใหญ่ของ BTS — ทำให้มีน้ำหนักทางอารมณ์เป็นพิเศษครับ ARIRANG อัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 5 ของวง สร้างขึ้นรอบธีมของอัตลักษณ์ รากเหง้า และการกลับสู่จุดเริ่มต้น ชื่ออัลบั้มอ้างอิงเพลงพื้นบ้านที่โดดเด่นที่สุดของเกาหลี และตลอดทั้งอัลบั้มก็ส่งสารของการมองย้อนกลับเพื่อก้าวต่อไป
วีสะท้อนความรู้สึกนั้นโดยตรง เขาบอกว่า พวกเราคอยช่วงเวลานี้มานานมากครับ ในที่สุดก็มาถึงแล้ว หลังการเกณฑ์ทหารและกิจกรรมเดี่ยวนานเกือบ 4 ปี BTS กลับมาที่ลานกวังฮวามุน กรุงโซล เมื่อวันที่ 21 มีนาคม สำหรับคอนเสิร์ตกลางแจ้งฟรีที่มีแฟนๆ มาร่วมงานถึง 260,000 คน และถ่ายทอดสดทาง Netflix ให้คนทั่วโลกรับชมครับ
ซิงเกิลนำ "SWIM" เปิดตัวที่อันดับ 1 บน Melon, Bugs, Genie, FLO และ iTunes ในกว่า 90 ประเทศ อัลบั้มเต็มครอง 14 อันดับแรกบน Spotify Global Chart พร้อมกัน — กลายเป็น K-pop อัลบั้มที่ถูกสตรีมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ Spotify และสารคดีประกอบ BTS: The Return ทาง Netflix ที่ออกฉายเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ก็เปิดหน้าต่างใหม่ให้แฟนๆ ได้เห็นการเดินทางกลับมารวมตัวของวงครับ
ท่ามกลางบริบทนั้น วีจึงเลือกเล่าเรื่องราวที่เขาเก็บงำไว้เงียบๆ ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะดัง เด็กชายจากเกียชังที่เดินเข้าห้องออดิชั่นเพื่อเพื่อน โทรหาพ่อ และเปลี่ยนทิศทางชีวิต — เรื่องราวนั้นได้รับช่วงเวลาของมันในที่สุดครับ
ความหมายสำหรับ ARMY
สำหรับ ARMY แฟนคลับทั่วโลกของ BTS เรื่องราวเบื้องหลังการเดบิวต์นี้เพิ่มรายละเอียดให้กับอาชีพที่พวกเขาติดตามมากกว่าหนึ่งทศวรรษครับ แฟนๆ รู้มานานว่าวีถูกปิดจากสายตาสาธารณะในช่วงก่อนเดบิวต์ และหลายคนรู้ถึงความผูกพันอันลึกซึ้งกับพ่อ แต่ภาพรวมทั้งหมด — พ่อที่เป็น FD เรียนแซกโซโฟน การออดิชั่นโดยบังเอิญที่แดกู — วาดภาพที่สมบูรณ์กว่าว่า คิม แทฮยองกลายมาเป็นวีได้อย่างไรครับ
ปฏิกิริยาออนไลน์อบอุ่นล้นหลาม แฟนๆ สังเกตว่าเรื่องราวนี้ทำให้มองเส้นทางของวีใหม่ ไม่ใช่สิ่งที่วางแผนไว้หรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นชุดของการตัดสินใจเล็กๆ ของมนุษย์ที่บังเอิญลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ
วีเคยครองตำแหน่งพิเศษใน BTS เสมอ ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ความเป็นศิลปินที่ไม่หยุดนิ่ง และอาชีพเดี่ยวที่ครอบคลุมดนตรี ภาพยนตร์ และแฟชั่น แต่เรื่องราวที่เขาแชร์สัปดาห์นี้เตือนว่า เบื้องหลังซูเปอร์สตาร์ระดับโลกทุกคน มีเวอร์ชันที่อายุน้อยกว่าของตัวเอง ยืนอยู่ในห้องที่แทบไม่รู้ว่าจะเดินเข้ามา โทรหาพ่อแม่เพื่อถามว่าสามารถลองดูได้ไหมครับ
ด้วย BTS ที่อยู่ในจุดสูงสุดของโมเมนตัมการคัมแบ็ก — เวิลด์ทัวร์ที่กำลังจะมา อัลบั้มที่กำลังเขียนสถิติสตรีมมิ่งใหม่ และสารคดีที่แนะนำพวกเขาให้คนรุ่นใหม่รู้จัก — เรื่องราวส่วนตัวที่เงียบงันนี้รู้สึกเหมือนตัวถ่วงน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบ เตือนให้นึกถึงว่าทุกสิ่งเริ่มต้นจากตรงไหน และทำไมมันยังคงมีความหมายครับ
คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?
저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포, AI학습 및 활용 금지

Entertainment Journalist · KEnterHub
Entertainment journalist focused on Korean music, film, and the global K-Wave. Reports on industry trends, celebrity profiles, and the intersection of Korean pop culture and international audiences.
ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น