เหตุผลที่เวทีครบรอบ 13 ปีของ BTS ที่ Busan พิเศษเป็นพิเศษ

BTS ได้เปลี่ยนวันที่ 13 มิถุนายน ให้เป็นมากกว่าแค่วันครบรอบ โดยใช้คืนที่สองของคอนเสิร์ตที่ Busan เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการกลับบ้านของสมาชิกทั้งวง ณ เมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นของสมาชิกสองคน ณ Busan Asiad Main Stadium ทางวงได้เฉลิมฉลองวันครบรอบการเดบิวต์ปีที่ 13 ด้วยการแสดงที่เต็มไปด้วยความหมายทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งสำหรับเหล่า ARMY โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Jimin และ Jungkook ได้กลับมาแสดงบนเวทีในบ้านเกิดของพวกเขา
คอนเสิร์ตดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ BTS WORLD TOUR 'ARIRANG' IN BUSAN ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 และ 13 มิถุนายน โดยรายงานจากสื่อเกาหลีประเมินว่ามีผู้ชมรวมกันประมาณ 110,000 คนตลอดทั้งสองคืน ช่วงเวลาดังกล่าวทำให้โชว์ในคืนที่สองมีความพิเศษยิ่งขึ้น เนื่องจาก BTS ได้เดบิวต์เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2013 และกลุ่มศิลปินได้ใช้เวลาในวันครบรอบปีที่ 13 ของพวกเขา ไม่ใช่ในสตูดิโอหรือในพิธีการที่เป็นทางการ แต่เป็นการอยู่ต่อหน้าแฟนๆ ใน Busan
การกลับบ้านที่สร้างขึ้นรอบวันที่ 13 มิถุนายน
สำหรับแฟนคลับทั่วโลก หัวข้อข่าวนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง: BTS ได้เฉลิมฉลองวันสำคัญของพวกเขาในฐานะสมาชิกที่ครบวงในเกาหลี ณ เมืองที่มีความผูกพันกับความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวง คอนเสิร์ตที่ Busan ถือเป็นการแสดงแบบเต็มวงครั้งแรกในเมืองนี้ในรอบประมาณ 3 ปี 8 เดือน นับหลังจากคอนเสิร์ต Yet to Come in BUSAN เมื่อเดือนตุลาคม 2022 ที่เชื่อมโยงกับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ World Expo ของเมือง
เหตุการณ์ที่ Busan ก่อนหน้านี้ยังคงเป็นจุดอ้างอิงสำคัญสำหรับเหล่าแฟนคลับ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาก่อนที่สมาชิกจะเข้าสู่ยุคพักงานทางทหารซึ่งส่งผลต่อรูปแบบกิจกรรมของ BTS การกลับมายังเมืองเดิมอีกครั้งสำหรับ ARIRANG tour จึงทำให้โชว์ครั้งใหม่นี้ให้ความรู้สึกเหมือนวงจรที่กำลังปิดตัวลงและเริ่มต้นใหม่ในเวลาเดียวกัน: เป็นทั้งการกลับมาพบกับแฟนๆ ในท้องถิ่น, การเริ่มต้นใหม่ของพลังงานการทัวร์คอนเสิร์ตสเกลใหญ่ และการเฉลิมฉลองครบรอบที่หลอมรวมอยู่ในคืนเดียว
ตามรายงานจากสื่อเกาหลีที่เกาะติดสถานการณ์ คอนเสิร์ตเปิดตัวด้วยลำดับเพลงที่ทรงพลังอย่าง “Hooligan,” “Aliens,” และ “Run BTS” ลำดับเพลงดังกล่าวมีความสำคัญมากเพราะเป็นการไม่ปล่อยให้ผู้ชมได้ผ่อนคลายตัวก่อน แต่ BTS กลับเลือกเริ่มต้นด้วยโชว์ที่มีพลังทำลายล้างสูง ก่อนจะเข้าสู่ช่วงการทักทายที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งเปลี่ยนค่ำคืนนั้นให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบร่วมกัน
ตัวเมือง Busan เองก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาในการแสดง รายงานระบุว่าเหล่าสมาชิกได้มีการปลุกเร้าเสียงจากคนในเมือง โดยการนำเชียร์และเสียงตะโกนก่อนที่สมาชิกที่เป็นคนในท้องถิ่นจะกล่าวทักทายแฟนๆ ในสเตเดียม สำหรับผู้อ่านชาวต่างชาติที่อาจไม่คุ้นเคยกับภูมิศาสตร์ของเกาหลี Busan คือเมืองท่าหลักทางตะวันออกเฉียงใต้ของ South Korea ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องชายหาด, Film Festival และมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่โดดเด่น และสำหรับแฟนๆ ของ BTS เมืองนี้ยังเป็นบ้านเกิดของ Jimin และ Jungkook อีกด้วย
Jimin และ Jungkook ทำให้ช่วงเวลานี้มีความหมายยิ่งขึ้น
Jungkook เริ่มต้นด้วยการเชื่อมโยงกับคนในท้องถิ่น โดยรายงานจากเกาหลีระบุว่าเขาได้ทักทายฝูงชนด้วย Busan dialect ซึ่งเป็นการตัดสินใจเล็กๆ ที่แฝงไปด้วยพลังทางอารมณ์อันยิ่งใหญ่ เพราะมันฟังดูไม่เหมือนบทพูดตามสคริปต์คอนเสิร์ตทั่วไป แต่เหมือนกับลูกหลานของเมืองที่กำลังพูดคุยกับผู้คนที่เข้าใจในความหมายแฝงนั้นได้ในทันที
จากนั้น Jimin ได้เพิ่มความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยบอกกับแฟนๆ ว่าการได้แสดง การร้องเพลง และการเต้นในสถานที่ที่เขาเกิดในวันที่มีความหมายเช่นนี้ทำให้เขามีความสุข ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่การที่ BTS กลับมาที่ Busan เท่านั้น แต่คือการที่วงได้เลือกใช้โอกาสวันครบรอบของพวกเขาในสถานที่ที่ประวัติส่วนตัว ประวัติศาสตร์ของแฟนคลับ และความยิ่งใหญ่ของการทัวร์คอนเสิร์ตมาบรรจบกัน
สำหรับแฟนๆ ที่รับชมจากต่างประเทศ บริบทนี้อธิบายได้ว่าทำไมคำทักทายดังกล่าวจึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในสื่อบันเทิงของเกาหลี การแวะพักในเมืองต่างๆ ระหว่างทัวร์อาจเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มีปัจจัยกระตุ้นทางอารมณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งวันครบรอบของวง, การเป็นบ้านเกิดของสมาชิกสองคน, ระยะเวลาที่ยาวนานนับตั้งแต่การแสดงแบบเต็มวงที่ Busan ครั้งล่าสุด และความพยายามที่เห็นได้ชัดในการทำให้ฝูงชนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองตามรายงานข่าวคอนเสิร์ตในท้องถิ่น Jimin ได้กล่าวเป็นภาษาเกาหลีว่า การที่สามารถได้พบกับแฟนๆ ได้ร้องเพลง และได้เต้นในบ้านเกิดของเขาในวันที่มีความหมายเช่นนี้ ทำให้เขามีความสุข
การทักทายด้วย dialect ของ Jungkook ยังมอบวลีที่กลายเป็นไวรัลให้แก่ค่ำคืนนี้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าภาษาถิ่นในแต่ละภูมิภาคอาจจะแปลออกมาให้สมบูรณ์ได้ยาก แต่ผลลัพธ์ของมันนั้นเข้าใจได้ง่าย นั่นคือการช่วยลดขนาดของคอนเสิร์ตในสนามกีฬาขนาดใหญ่ และทำให้การสื่อสารรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนนับหมื่น การใช้สำนวนท้องถิ่นที่คุ้นเคยได้กลายเป็นทางลัดที่นำไปสู่ความรู้สึกที่อบอุ่น
สมาชิกคนอื่นๆ เปลี่ยนโชว์ให้เป็นการเฉลิมฉลองของเหล่าแฟนคลับ
สมาชิกที่เหลือของ BTS ได้ต่อยอดบรรยากาศนั้นด้วยการส่งต่อความสำคัญของวันครบรอบกลับไปยัง ARMY โดย V ได้ระลึกถึงความทรงจำดีๆ ของวงใน Busan ซึ่งรวมถึงการแสดงครั้งก่อนในปี 2019 และ 2022 พร้อมทั้งสัญญาว่าจะสร้างความทรงจำที่มีความสุขร่วมกับแฟนๆ อีกครั้ง ส่วน Suga ได้เปรียบเปรยว่าวันนี้เปรียบเสมือนวันเกิดปีที่ 13 ของวง และแสดงความหวังว่าแฟนๆ จะมีความสุขเหมือนกับที่สมาชิกในวงรู้สึก
Jin ได้กระตุ้นให้ผู้ชมตอบรับด้วยพลังที่มากกว่าคืนก่อนหน้า ในขณะที่ j-hope ได้สนับสนุนให้แฟนๆ กระโดด ร้องเพลง และเต้นให้ดังยิ่งขึ้น เพราะวันนี้เป็นวันที่เปี่ยมไปด้วยความหมายมาก RM ได้ช่วยขยายภาพรวมของช่วงเวลานี้ให้ยิ่งใหญ่ขึ้น โดยการชี้ให้เห็นว่าวันที่ 13 มิถุนายน เป็นวันที่จะไม่สามารถหวนคืนมาในรูปแบบเดิมได้อีก และขอให้ฝูงชนช่วยกันทำให้ค่ำคืนนี้เป็นที่จดจำไม่รู้ลืม
คำพูดเหล่านั้นแสดงให้เห็นว่าทำไมการรายงานข่าวที่ Busan ถึงส่งผลกระทบที่ลึกซึ้งมากกว่าแค่การอัปเดต setlist เพราะสมาชิกไม่ได้เพียงแค่แนะนำเพลงถัดไปเท่านั้น แต่พวกเขากำลังบอกเล่าความหมายของค่ำคืนนี้แบบ real time ซึ่งเป็นการเปลี่ยนการเปิดคอนเสิร์ตให้กลายเป็นพิธีกรรมเฉลิมฉลองวันครบรอบร่วมกันของทุกคน
ตัวเลข 13 ปีนั้นมีความหมายเป็นพิเศษในวงการ K-pop เนื่องจากมีเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่สามารถยืนหยัดมาถึงจุดนี้ได้ในขณะที่ยังคงได้รับความสนใจระดับ Stadium ทั่วโลก การฉลองครบรอบของ BTS ไม่ได้ถูกนำเสนอในรูปแบบของการจัดแสดงความสำเร็จในอดีตราวกับเป็นวัตถุในพิพิธภัณฑ์ แต่กลับดำเนินไปท่ามกลาง World Tour ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยที่เหล่าสมาชิกยังคงกระตุ้นให้ฝูงชนได้เคลื่อนไหว ร้องเพลง และก้าวเข้าสู่เวทีถัดไปด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม
ทำไมการหยุดพักที่ Busan ครั้งนี้จึงสำคัญมากกว่าแค่เพียงคืนเดียว
รายงานจากเกาหลีระบุว่า คอนเสิร์ตที่ Busan เป็นส่วนหนึ่งของ World Tour ขนาดใหญ่ที่มีกำหนดการจัดขึ้นใน 34 เมือง และ 86 โชว์ ภายใต้แผนการเดินทางที่ยิ่งใหญ่นั้น การหยุดพักที่ Busan ถือเป็นจุดยึดเหนี่ยวเชิงสัญลักษณ์ที่โดดเด่น: ทั้งเป็นการคอนเสิร์ตในประเทศ การกลับสู่บ้านเกิด และงานฉลองครบรอบที่หลอมรวมเข้ากับก้าวแรกของการทัวร์ระดับโลกที่กว้างขึ้น
ตัวเลขต่างๆ ช่วยอธิบายถึงขนาดของงานนี้ได้เป็นอย่างดี มีรายงานว่ามีแฟนคลับประมาณ 110,000 คนตลอดสองคืน ซึ่งทำให้การหยุดพักที่ Busan กลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์สดขนาดใหญ่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วเมืองเจ้าภาพ สำหรับกลุ่มศิลปินที่มีฐานแฟนคลับระดับโลก การแสดงใน Stadium ที่เกาหลีนั้นยังมีความหมายต่อแฟนคลับต่างชาติที่ไม่เพียงแต่ติดตามการแสดงเท่านั้น แต่ยังติดตามบรรยากาศในท้องถิ่นที่รายล้อมด้วย
นอกจากนี้ยังมีหมายเหตุเล็กน้อยในด้านการดำเนินงาน โดยรายงานจากเกาหลีฉบับหนึ่งระบุว่า คืนแรกเริ่มช้ากว่ากำหนดประมาณ 75 นาที ในขณะที่คืนที่สองเริ่มช้ากว่ากำหนดประมาณ 23 นาที อย่างไรก็ตาม การรายงานข่าวเกี่ยวกับการแสดงฉลองครบรอบนั้นมุ่งเน้นไปที่ความคุ้มค่าทางอารมณ์เมื่อการแสดงเริ่มต้นขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการเปิดตัว และการพูดคุยโดยตรงของเหล่าสมาชิกที่มีต่อแฟนๆ
การเน้นย้ำในจุดนั้นถือว่าสมเหตุสมผล เพราะการเลื่อนคอนเสิร์ตอาจสร้างความหงุดหงิดให้แก่เหล่าแฟนคลับ แต่เรื่องราวที่ส่งต่อมาจาก Busan นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ BTS ได้ทำในช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่บนเวที เหล่าสมาชิกได้เชื่อมโยงโชว์เข้ากับตัวเมือง เข้ากับวันเดบิวต์ของวง และเข้ากับผู้คนที่อยู่ตรงหน้าซึ่งต่างรอคอยคอนเสิร์ตเต็มวงที่ Busan มานานหลายปี
สำหรับผู้อ่านต่างชาติหน้าใหม่ ชื่อ ARIRANG ก็เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงเช่นกัน เพราะ Arirang คือหนึ่งในเพลงพื้นเมืองดั้งเดิมที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของเกาหลี และเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สื่อถึงความโหยหา ความอดทน และความทรงจำร่วมกัน การใช้ชื่อนี้สำหรับ BTS world tour จึงเป็นการสร้างกรอบทางวัฒนธรรมเกาหลีให้กับคอนเสิร์ต แม้ว่าผู้ชมจะเป็นกลุ่มคนทั่วโลกก็ตาม
สิ่งที่แฟนๆ ได้รับจากโชว์ฉลองครบรอบ
หัวใจสำคัญทางอารมณ์ของรายงานจาก Busan ไม่ใช่เรื่องของแขกรับเชิญเซอร์ไพรส์หรือประเด็นดราม่าใดๆ แต่เป็นความรู้สึกของวงที่ได้กลับมายังสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ และเลือกที่จะทำให้แฟนๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ แทนที่จะเป็นเพียงแค่ผู้ชมที่เฝ้ามองเท่านั้น นี่คือประเภทของเรื่องราวที่มักจะได้รับความนิยมใน Discover เพราะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายแม้จะไม่มีความรู้เรื่อง fandom ที่ลึกซึ้งก็ตาม
การสะท้อนถึงบ้านเกิดของ Jimin ได้มอบหัวใจให้กับค่ำคืนนี้, สำเนียง Busan ของ Jungkook ได้มอบเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น และการย้ำเตือนของ RM เกี่ยวกับวันที่ 13 June ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ ได้มอบธีมหลักในการปิดท้ายเรื่องราว ทั้งหมดนี้เมื่อรวมกันแล้วทำให้คอนเสิร์ตนี้รู้สึกเป็นมากกว่าแค่จุดแวะพักอีกหนึ่งแห่งในทัวร์ แต่เป็นเสมือนการบันทึกช่วงเวลาสำคัญในความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง BTS และ ARMY
ในขณะที่ทัวร์คอนเสิร์ต ARIRANG ยังคงดำเนินต่อไป โชว์ฉลองครบรอบที่ Busan ครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นหนึ่งในจุดอ้างอิงที่เหล่าแฟนคลับมักจะหยิบยกมาพูดถึงเมื่อกล่าวถึงยุคสมัยนี้ เนื่องจากเป็นการผสมผสานระหว่างความตระการตา ความภาคภูมิใจในบ้านเกิด ความซาบซึ้งที่มีต่อแฟนคลับ และหมุดหมายที่ชัดเจนในประวัติศาสตร์ของวง สำหรับศิลปินที่ถูกนิยามด้วยสเกลการแสดงที่ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว สิ่งที่ทรงพลังที่สุดของค่ำคืนนี้อาจเป็นความรู้สึกที่ยังคงเข้าถึงได้อย่างเป็นส่วนตัวและใกล้ชิด
คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?
저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Entertainment Journalist · KEnterHub
Entertainment journalist specializing in K-Pop, K-Drama, and Korean celebrity news. Covers artist comebacks, drama premieres, award shows, and fan culture with in-depth reporting and analysis.
ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น