ยุนจงฮุน เคยได้ค่าตัวแค่ 200,000 วอนต่อตอน สมัยเป็นตัวประกอบไร้ชื่อ — เส้นทางสู่ดาวเด่นแห่ง The Penthouse

นักแสดงเปิดใจเล่าชีวิตช่วงลำบากในรายการแบกบันกีแฮง เผยความจริงของการเป็น 'นักแสดงบทไหล่' ที่ไม่มีใครจำได้

|อ่าน 5 นาที0
ยุนจงฮุน เคยได้ค่าตัวแค่ 200,000 วอนต่อตอน สมัยเป็นตัวประกอบไร้ชื่อ — เส้นทางสู่ดาวเด่นแห่ง The Penthouse

ก่อนที่จะกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ผู้ชมจดจำได้มากที่สุดจากซีรีส์สุดฮิต The Penthouse นักแสดง ยุนจงฮุน เคยใช้ชีวิตหลายปีในฐานะตัวประกอบนิรนามที่ได้ค่าตัวแทบไม่พอกินข้าวมื้อเดียว ในการออกรายการ แบกบันกีแฮง (Baekban Gihaeng) ทางช่อง TV Chosun เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นักแสดงวัย 42 ปีได้เปิดเผยความจริงอันโหดร้ายของอาชีพนักแสดงในช่วงเริ่มต้น และเรื่องราวของเขาก็สะเทือนใจทั้งผู้ชมและเพื่อนร่วมวงการอย่างมากครับ

ในรายการท่องเที่ยวชิมอาหารแสนอบอุ่นนี้ ยุนจงฮุนได้ร่วมเดินทางกับนักเขียนการ์ตูนในตำนาน ฮอยองมัน สำรวจร้านอาหารพื้นเมืองในเมืองนนซัน จังหวัดชุงชองใต้ แต่สิ่งที่ขโมยซีนไปเต็ม ๆ คือเรื่องราวชีวิตจริงก่อนมีชื่อเสียงที่เขาเล่าออกมาอย่างไม่ปิดบัง เปิดให้เห็นภาพความยากลำบากของการเอาชีวิตรอดในวงการบันเทิงเกาหลีก่อนที่โอกาสครั้งใหญ่จะมาถึงครับ

'นักแสดงบทไหล่' ผู้ไม่ยอมแพ้

ยุนจงฮุน เปิดตัวในวงการโทรทัศน์ครั้งแรกเมื่อปี 2013 ด้วยซีรีส์ Monstar แต่เส้นทางก่อนหน้านั้นไม่ได้สวยหรูอะไรเลย ก่อนจะมาเล่นละครโทรทัศน์ เขาใช้เวลาหลายปีแสดงละครเวทีและการแสดงบนสเตจ ฝึกฝนฝีมือโดยอยู่ห่างไกลจากกล้องและความสนใจของสาธารณชนครับ

เมื่อเปลี่ยนมาเล่นซีรีส์โทรทัศน์ ความจริงที่เจอนั้นหนักหนาสาหัส เขาเรียกตัวเองว่า "นักแสดงบทไหล่" — คำศัพท์ในวงการบันเทิงเกาหลีที่ใช้เรียกนักแสดงประกอบที่ปรากฏตัวบนจอเพียงสั้น ๆ จนผู้ชมจดจำได้แค่ท่าทางแต่ไม่รู้จักชื่อ ยุนจงฮุนเล่าว่าท่าประจำตัวของเขาสมัยนั้นคือการยักไหล่เบา ๆ ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้กำกับการคัดเลือกจำได้ครับ

เรื่องรายได้ยิ่งน่าตกใจ เมื่อพิธีกร ฮอยองมัน ถามถึงค่าตัวช่วงนั้น ยุนจงฮุนเผยว่าเขาได้รับประมาณ 200,000 วอน (ราว 5,000 บาท) ต่อตอน โดยการถ่ายทำหนึ่งตอนอาจใช้เวลานานถึง 10 วัน นั่นหมายความว่ารายได้ต่อวันของเขาต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำมาก แม้สภาพการทำงานจะหนักหนาและค่าตอบแทนน้อยนิด แต่เขาบอกว่าความภาคภูมิใจไม่เคยเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ เขาแค่อยากแสดงและรู้สึกขอบคุณทุกโอกาสที่ได้อยู่ในกองถ่ายครับ

จากตัวประกอบสู่ The Penthouse

ความอดทนของยุนจงฮุนตลอดหลายปีที่ยากลำบาก ค่อย ๆ เริ่มผลิดอกออกผลเมื่อเขาสะสมผลงานบทสมทบในซีรีส์ชั้นนำหลายเรื่อง เขาปรากฏตัวใน Reply 1994 ซีรีส์ย้อนยุคสุดฮิตที่กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม และรับบทใน Misaeng ซีรีส์ชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์และสะท้อนใจคนทำงานทั้งรุ่นครับ

เขายังแสดงใน Another Oh Hae-young และ Youth Generation พัฒนาฝีมือและขยายขอบเขตการแสดงอย่างต่อเนื่องกับทุกผลงาน แต่หลายปีผ่านไป เขาก็ยังอยู่ในกลุ่มนักแสดงที่ผู้ชม "จำหน้าได้แต่เรียกชื่อไม่ถูก" สถานการณ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปแต่น่าหงุดหงิดไม่น้อยในวงการบันเทิงเกาหลีครับ

ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อ The Penthouse: War in Life ซีรีส์สุดระห่ำทางช่อง SBS ที่กลายเป็นหนึ่งในซีรีส์เกาหลีที่ได้เรตติ้งสูงที่สุดในยุคนั้น การรับบท ฮายุนชอล สามีที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางศีลธรรมที่ติดอยู่ระหว่างความจงรักภักดีกับความทะเยอทะยาน ดันให้เขาจากนักแสดงสมทบที่เชื่อถือได้กลายเป็นคนดังระดับที่ทุกบ้านรู้จัก บทนี้แสดงให้เห็นพลังการแสดงอันเข้มข้นที่การฝึกฝนละครเวทีหลายปีได้หล่อหลอมขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ และผู้ชมก็ตอบรับอย่างล้นหลามจนตัวยุนจงฮุนเองก็ประหลาดใจครับ

ปรัชญาชีวิตที่หล่อหลอมจากช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก

ในบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ ยุนจงฮุนเคยเล่าว่าช่วงเวลาหลายปีที่ไม่มีใครรู้จัก หล่อหลอมแนวคิดของเขาทั้งในเรื่องการแสดงและการใช้ชีวิตอย่างลึกซึ้ง เขายกให้พิธีกร ยูแจซอก เป็นแบบอย่าง ไม่ใช่เพราะความสามารถด้านตลก แต่เพราะความสม่ำเสมอและการเป็นแรงบันดาลใจเชิงบวกให้คนรอบข้าง ยุนจงฮุนอยากเป็นบุคคลแบบเดียวกันในแวดวงของตัวเอง — คนที่ความสำเร็จไม่ได้วัดแค่เรตติ้งหรือชื่อเสียง แต่วัดจากตัวอย่างที่ดีที่เขามอบให้คนอื่น ๆ ที่กำลังเดินบนเส้นทางเดียวกันครับ

เรื่องราวของเขามีน้ำหนักเป็นพิเศษในวงการที่อัตราการอยู่รอดของนักแสดงฝึกหัดต่ำอย่างฉาวโฉ่ สำหรับนักแสดงหนึ่งคนที่ก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกและเป็นที่รู้จักของสาธารณชน มีนักแสดงอีกหลายร้อยคนที่เงียบ ๆ หายไปจากวงการหลังจากหลายปีที่ค่าตัวน้อยนิดและโอกาสจำกัด การที่ยุนจงฮุนยอมพูดอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับต้นทุนทางการเงินและจิตใจของเส้นทางนี้ ให้มุมมองอีกด้านที่มีคุณค่าเทียบกับภาพลักษณ์สวยหรูที่วงการบันเทิงเกาหลีมักนำเสนอครับ

ก้าวต่อไปของยุนจงฮุน

ปัจจุบัน ยุนจงฮุนกำลังแสดงนำในละครรายวัน Our Happy Good Days (기쁜 우리 좋은 날) ต่อยอดจากแรงส่งที่ The Penthouse สร้างไว้ ซีรีส์เรื่องนี้เปิดโอกาสให้เขาสำรวจการแสดงในแนวที่แตกต่างจากมหากาพย์ดราม่าสุดเข้มข้นที่ทำให้เขาโด่งดัง แสดงให้เห็นความหลากหลายที่การเป็นลูกมือฝึกงานในวงการมานานได้บ่มเพาะไว้ครับ

การออกรายการแบกบันกีแฮงครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า เบื้องหลังเรื่องราวความสำเร็จข้ามคืนในวงการบันเทิงเกาหลีทุกเรื่อง มีแรงงานที่มองไม่เห็นมานานหลายปี หรือบางทีหลายสิบปี สำหรับยุนจงฮุน เส้นทางจากตัวประกอบผู้ยักไหล่ด้วยความประหม่าที่ได้ค่าตัว 200,000 วอนต่อตอน สู่พระเอกที่มีผู้ชมหลายล้านคน ไม่เคยเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า มันคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา ทีละกองถ่าย ทีละ 10 วันที่แสนเหนื่อยยากครับ

ในขณะที่เขายังคงรับความท้าทายใหม่ ๆ และเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ยุนจงฮุนได้กลายเป็นมากกว่าแค่นักแสดงที่ประสบความสำเร็จ เขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นเงียบ ๆ ในวงการที่มักให้รางวัลเฉพาะเสียงที่ดังที่สุด — และนั่นอาจเป็นการแสดงที่น่าประทับใจที่สุดของเขาก็ได้ครับ

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포, AI학습 및 활용 금지

Jang Hojin
Jang Hojin

Entertainment Journalist · KEnterHub

Entertainment journalist specializing in K-Pop, K-Drama, and Korean celebrity news. Covers artist comebacks, drama premieres, award shows, and fan culture with in-depth reporting and analysis.

K-PopK-DramaK-MovieKorean CelebritiesAward Shows

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กำลังโหลด...

การพูดคุย

กำลังโหลด...

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง